แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงร่างกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงร่างกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้ของทับทิม

20:18 0 Comments

            ทับทิมเป็นผลไม้ที่สวยงาม และมีกลิ่นหอมมาก ทับทิมสามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่ที่แท้จริงเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน) ทับทิมเป็นผลไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ในประวัติศาสตร์ พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้ว
คุณประโยชน์ของทับทิมในตำราแพทย์สมัยโบราณของเปอร์เซีย

            ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ระบุว่าทับทิมมีประโยชน์มากมาย

คุณประโยชน์ทับทิมจากการวิจัยทาการแพทย์

1. ทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก (อ้างอิงที่ 1)

2. สามารถลดภาวการณ์สะสมไขมันในผนังเส้นเลือดป้องกันเส้นเลือดอุดตันและแข็งตัว ซึ่งจะทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือดตามมา ทั้งในคนและในหนูทดลอง (อ้างอิงที่ 2,3)

3. ทำให้เส้นเลือดที่หนาตัว และมีไขมันสะสมซึ่งเป็นเส้นเลือดที่ไม่ดีแล้ว มีความหนาตัวลดลงและลดไขมันที่สะสมลงอีกด้วยในหนูทดลอง (อ้างอิงที่ 4)

4. บำรุงหัวใจในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด โดยเพิ่มการไหลเวียนที่ดีขึ้น และลดภาวะหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจ (อ้างอิงที่ 5)

5. ลดความดันโลหิตได้เล็กน้อย ประมาณ 5% ในผู้ป่วยที่ความดันโลหิตสูง ถ้ารับประทานน้ำทับทิมวันละ 50 ซีซี เป็นเวลาสองสัปดาห์ (อ้างอิงที่ 6)

6. บำรุงตับ ป้องกันการเป็นพิษต่อตับได้ (Hepatoprotectiv effect) (อ้างอิงที่ 7)

7. สารต้านอนุมูลอิสระจากน้ำทับทิมมีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ (Human breast cell) (อ้างอิงที่ 8)

8. สารสกัดจากทับทิม ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของมนุษย์ ทั้งการแบ่งตัวและการแพร่กระจาย (อ้างอิงที่ 9) และมีงานวิจัยที่แนะนำให้กินหวังผลในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก(อ้างอิงที่ 10)

เอกสารอ้างอิง
1. Studies on the antioxidant activity of pomegranate (Punica granatum) peel and seed extracts using in vitro models. J Agric Food Chem 2002 Jan 2;50(1):81-6
2. Pomegranate juice supplementation to atherosclerotic mice reduces macrophage lipid peroxidation, cellular cholesterol accumulation and development of atherosclerosis. J Nutr 2001 Aug: 131(8):2082-9
3. Pomegranate juice flavonoids inhibit low-density lipoprotein oxidation and cardiov ascular diseases : studies in atherosclerotic mice and in humans. Drugs Exp Clin Res 2002; 28(2-3):49-62
4. Pomegranate juice consumption reduces oxidative stress, atherogenic modifications to LDL, and platelet aggregation: studies in humans and in atherosclerotic apolipoprotein E-deficient mice. Am J Clin Nutr 2000 May; 71(5):1062-76
5. Effects of pomegranate juice consumption on myocardial perfusion in patients with coronary heart disease. Am J Cardiol. 2005 Sep 15; 96(6):810-4
6. Pomegranate juice consumption inhibits serum angiotensin converting enzyme activity and reduces systolic blood pressure. Atherosclerosis 2001 Sep; 158(1):195-8
7. Studies on antioxidant activity of pomegranate (Punica granatum) peel extract using in vivo models. J Agric Food Chem 2002 Aug 14; 50(17):4791-5
8. Chemopreventive and adjuvant therapeutic potential of pomegranate (Punica granatum) for human breast cancer. Breast Cancer Res Treat 2002 Feb; 71(3):203-17
9. Pomegranate extracts potently suppress proliferation, xenograft growth, and invasion of human prostate cancer cells. J Med Food. 2004 Fall;7(3):274-83
10. Prostate cancer prevention through pomegranate fruit. Cell Cycle. 2006 Feb; 5(4):371-3. Epub 2006 Feb 15.

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


สาระน่ารู้เกี่ยวกับแอสตาแซนธินที่มีต่อสุขภาพผิวและการเกิดริ้วรอย

20:07 0 Comments

         “ริ้วรอย” (Wrinkle) เป็นปรากฎการณ์การเสื่อมสภาพของผิวที่สุภาพสตรีให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากมีผลต่อความสวยงามบนใบหน้าโดยตรง อีกทั้งเป็นสิ่งที่ชี้บ่งถึงความล่วงเลยของวัย

ปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอย ได้แก่

- ปัจจัยภายใน อาทิเช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดการเสื่อมไปตามธรรมชาติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนังประเภทคอลลาเจนและอีลาสติน นำไปสู่การเกิดริ้วรอยชนิดถาวรขึ้น รวมไปถึงการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าที่ควบคุมการแสดงออกของสีหน้า เช่น การยิ้ม การขมวดคิ้ว ความเครียด เป็นต้นเหตุของริ้วรอยอันเกิดจากการแสดงอารมณ์
- ปัจจัยภายนอก คือ มลภาวะต่างๆ ได้แก่ รังสียูวี มลพิษทางอากาศ ฝุ่นควัน การสูบบุหรี่ ซึ่งก่อให้เกิดอนุมูลอิสระภายในผิวจนเซลล์ผิวเกิดการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และความหมองคล้ำของผิว 

ประเภทของริ้วรอย 

1
. ริ้วรอยตื้น (Fine wrinkles) มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ ที่ผิวมักเกิดบริเวณแก้มเป็นผลมาจากการที่ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากผิวถูกทำร้ายจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิว การชะล้างทำความสะอาดผิวที่รุนแรงเกินไป โดยเฉพาะการใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนล้างหน้า นอกจากนี้ มลภาวะจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ก็อีกปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน
2. ริ้วรอยร่องลึก (Deep wrinkles or skin folds) ริ้วรอยร่องลึกมักเกิดจากความหย่อนคล้อยของโครงสร้างผิว ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นร่องลึกบริเวณมุมปีกจมูกโค้งมาที่มุมปากและอาจโค้งยาวลงมาถึงคางคล้ายเครื่องหมายวงเล็บรอบปากนำไปสู่ความหย่อนคล้อยที่ปรากฏขึ้นที่แก้มทั้ง 2 ข้าง ริ้วรอยประเภทนี้เป็นผลมาจากการลดลงของคอลลาเจนในผิวและการเปลี่ยนแปลงของอิลาสตินตามธรรมชาติจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และยิ่งเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เช่น รังสียูวีจากแสงแดด การสูบบุหรี่ และมลภาวะต่างๆ ก็ส่งผลให้เกิดริ้วรอยได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผักและผลไม้สำหรับเด็ก

16:05 0 Comments
         ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยในวันนี้ นอกจากจะชอบรับประทานอาหารหรือขนมที่มีการปรุงแต่งรสชาติ สีสัน มากด้วยน้ำตาลและไขมัน แต่กลับมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยแล้วยังไม่ชอบรับประทานพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย กลายเป็นเรื่องที่จะต้องมีการรณรงค์ เพื่อปรับพฤติกรรมการบริโภคเสียใหม่ ให้เด็กไทยหันมาสนใจบริโภคผักกันมากขึ้น

          จากการสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการของประชาชนในกรุงเทพมานคร พ.ศ.2546-2547 พบว่า เด็กวัยเรียนมีการบริโภคผักทุกวัน เพียงร้อยละ 41.1 ในปริมาณวันละ 14.3 กรัมต่อคน หรือประมาณ 1.5 ช้อนกินข้าว ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าธงโภชนาการ ซึ่งแนะนำให้เด็กวัยเรียนอายุ 6-13 ปี ควรบริโภคผักมื้อละ 4 ช้อนกินข้าว นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กวัยเรียนมีการบริโภคอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมันเพิ่มขึ้น ทั้ง ๆ ที่ควรมีการบริโภคผักผลไม้ให้ได้วันละ 500 กรัม เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง เป็นต้น (อ้างอิงที่1)

          มีงานวิจัยที่แสดงว่า ชายไทยร้อยละ 80 กินักผลไม้เพียง 268 กรัม/คน/วัน และหญิงไทยร้อยละ 76 กินผักผลไม้เพียง 286 กรัม/คน/วัน ซึ่งตัวเลขนี้ห่างจากมาตรฐานที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 400-500 กรัม/คน/วัน พอสมควรทีเดียว ผลของการไม่กินผักทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามาอย่างมากมาย อาทิ ท้องผูก ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เพราะได้รับคุณค่าของสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งต้องหันมากินผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอย่างเพียงพอ ไม่ควรกินผักผลไม้เพียงแค่ชนิดเดียว ควรกินให้ได้หลากหลายสี ทั้งแดง เหลือง ส้ม เขียว ขาว เพราะแต่ละชนิดให้คุณค่าของวิตามิน เกลือแร่ และพฤกษเคมีสารเม็ดสีในผักผลไม้เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค เป็นประโยชน์แตกต่างกันไป ดังนี้

         ผัก ผลไม้ สีแดง ที่เห็นคุณประโยชน์เด่นชัดเลยก็คือ มะเขือเทศ ทับทิม เชอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ หรือแม้กระทั่งลูกแอปเปิ้ลแดงก็ตาม ในผักผลไม้สีแดงนี้จะมีสารไลโคฟิน (Lycopene) กรดเอลลาจิก (Ellagic acid) แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) และกรดแกลลิก (Gallic acid) ที่ช่วยทำให้ระบบการทำงานของต่อมลูกหมกดีขึ้น ทั้งยังเนสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดอีกด้วย

         ผัก ผลไม้ สีเหลือง และสีส้ม จะช่วยในเรื่องของผิว เพราะมีเบต้าแคโรทีน (Bata-carotene) อยู่จำนวนมาก เช่น แครอทฟักทอง ข้าวโพด ใครที่กินผักผลไม้ประเภทนี้มากๆ ผิวจะกลายเป็นสีเหลือง นั่นเป็นเพราะสารเบต้าแคโรทีนไปสะสมอยู่ตรงบริเวณผิวหนัง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังผักผลไม้สีเหลืองมีส่วนช่วยใน การลดระดับโคเลสเตอรอล ช่วยทำให้สีผิวหน้าที่เป็นฝ้าลดลงได้ รวมทั้งข้าวโพดเหลือง ที่ช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดสี หรือแสงสีของเรตินาของดวงตาได้อีกด้วย

         ผัก ผลไม้ สีเขียว แทบจะเรียกได้ว่ามีมากที่สุดในบรรดาผักผลไม้ต่างๆ เช่น บร็อคโคลี่ คะน้า กะหล่ำปลี ผักโขม ผักบุ้ง กวางตุ้ง โหระพา กะเพรา สะระแหน่ และวอเตอร์เครส โดยในผักสีเขียวจะอุดมไปด้วยสารไอโซไธโอไซยาเนท (Isothiocyanate) สารลูทีน (Lutein) สารซีแซนทีน (Zeaxanthin) สารให้เซลล์สามารถทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังสนับสนุนการทำงานของปอด หลอดเลือดแดง และตับอีกด้วย

       ผัก ผลไม้ สีขาว ได้แก่กระเทียม หอมใหญ่ เห็ด กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ดอกแค และมะขามป้อม มีสารอาหารที่ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงเช่นกัน โดยในกระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) สารเควอซิทิน (Quercetin) ที่ช่วยดูแลในเรื่องของกระดูก และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายดี ดอกแคก็มีวิตามินซีสูงช่วยป้องกันโรคหวัด มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยให้ผิวสวย (อ้างอิงที่ 2)

       ในการกินผักผลไม้นั้น นอกจากจะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างครบถ้วนแล้ว ยังได้ในเรื่องของกากใยเพื่อช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย นอกจากนี้ผักผลไม้ยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกายให้หายจากอาการบาดเจ็บได้ เร็วขึ้น มาใส่ใจในการกินผักผลไม้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า

เอกสารอ้างอิง

1. กินผักทุกวัน เด็กไทยทำได้...ของขวัญวันเด็ก จากกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข http://www.anamai.moph.go.th/ewtadmin/ewt/advisor/main.php?filename=070204
2. ผัก ผลไม้ 5 สี ดีมีประโยชน์, กองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร http://203.155.220.217/hpd/slide8.html

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเวย์โปรตีนเข้มข้น เบต้าแคโรทีน และคอลลาเจน

21:27 0 Comments

           เวย์โปรตีน (Whey Protein) เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากน้ำนม โดยการนำนมวัวที่คัดแยกจากกระบวนการทำเนยแข็งมาสกัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นคาร์โบไฮเดรตและไขมันออก เพื่อให้เหลือเพียงส่วนที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่เรียกว่า เวย์โปรตีนไอโซเลต
          
           เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเวย์โปรตีนเข้มข้น เบต้าแคโรทีน และคอลลาเจน
               ในปัจจุบันมีผู้ที่สนใจและเริ่มหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและสวยงาม ซึ่งนอกจากวินัยในการออกกำลังกายที่จำเป็นต้องมีอย่างสม่ำสมอแล้ว “โปรตีน”ยังเป็นหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ แหล่งของโปรตีนไม่ได้มีอยู่แค่เพียงในเนื้อสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในอาหารอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ธัญพืช และถั่วชนิดต่างๆ โดยปกติผู้ที่ออกกำลังกายและผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ มักได้รับปริมาณโปรตีนจากอาหารทั่วไปไม่เพียงพอ ดังนั้น การเสริมด้วยเวย์โปรตีนเข้มข้นจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ง่าย สะดวก และให้ปริมาณโปรตีนสูงตามที่ร่างกายต้องการ

         โดยทั่วไปคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายควรได้รับโปรตีนประมาณ 0.8-1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. และสำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 1.4-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เพราะคนกลุ่มนี้ต้องการโปรตีนเพื่อนำไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายมากกว่าคนทั่วไป

        เวย์โปรตีนเข้มข้น เบต้าแคโรทีน และคอลลาเจน มีส่วนประกอบหลักที่สำคัญ ดังนี้   
        เวย์โปรตีน (Whey Protein)เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากน้ำนม โดยการนำนมวัวที่คัดแยกจากกระบวนการทำเนยแข็งมาสกัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นคาร์โบไฮเดรตและไขมันออก เพื่อให้เหลือเพียงส่วนที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่เรียกว่า เวย์โปรตีนไอโซเลตที่มีความเข้มข้นของโปรตีนสูงถึง 95% เวย์โปรตีนชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมไปใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว มีกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential amino acid) ครบถ้วน โดยเฉพาะกรดอะมิโนชนิด Branched-chain amino acid(BCAA)ได้แก่  Leucine Isoleucine และValine ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ จึงส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเสริมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย จากงานวิจัยพบว่า การรับประทานเวย์โปรตีนส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ดังนี้ (อ้างอิงที่ 1, 2)   
        เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เร่งการเผาผลาญไขมันการรับประทานเวย์โปรตีนเสริมในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน มีส่วนช่วยในการลดการสะสมของไขมัน อีกทั้งยังช่วยรักษาและเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อในระหว่างลดน้ำหนักได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานขณะออกกำลังกาย และช่วยเพิ่มการสังเคราะห์มวลกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการรับประทานเสริมควบคู่กับการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อทำให้มีรูปร่างฟิต กระชับ ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น(อ้างอิงที่ 3)     
        ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ โดยเฉพาะภายหลังการออกกำลังกาย
        มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
        ช่วยเพิ่มระดับกลูต้าไธโอนให้กับร่างกาย  (อ้างอิงที่ 4)

        เบต้าแคโรทีน ( β-carotene)เป็นรงควัตถุสีแดงถึงส้ม พบมากในพืชและผลไม้ที่มีสี อาทิ แครอท  ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน มะละกอสุก เป็นต้น เบต้าแคโรทีนถูกจัดเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ (โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบภูมิคุ้มกันของร่ายกายให้ทำงานเป็นปกติ  นอกจากนี้ เบต้าแคโรทีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ และป้องกันการเสื่อมของอวัยวะของร่างกาย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการมองเห็นในที่มืดได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา และป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกอีกด้วย (อ้างอิงที่ 5, 6)
       คอลลาเจนบริสุทธิ์โมเลกุลขนาดเล็ก (Low Molecular Weight Collagen) คอลลาเจนจัดเป็นสารที่เป็นองค์ประกอบของผิว ที่มีมากกว่า 70%ของโปรตีนที่ผิว โดยคอลลาเจนจะมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความเต่งตึง ความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยให้กับผิวพรรณ
คอลลาเจนบริสุทธิ์โมเลกุลขนาดเล็กมีความแตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไป ดังนี้
-             สกัดให้มีความบริสุทธิ์และมีโมเลกุลขนาดเล็กกว่าคอลลาเจนทั่วไปถึง 10เท่า
-             มีปริมาณกรดอะมิโนชนิดพิเศษ3 ชนิดคือ โพรลีน (Proline) ไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) และไกลซีน (Glycine) สูงกว่าคอลลาเจนทั่วไป
-             มีกรดอะมิโนชนิดโพรลีน (Proline) และไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) ยึดโยงกันเป็นคู่ๆ ในรูปแบบของไดเปปไทด์ที่มีขนาดเล็ก พร้อมดูดซึม
ดังนั้น คอลลาเจนชนิดนี้จึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และนำไปใช้ในการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ(อ้างอิงที่ 7)

เอกสารอ้างอิง
1. Ewan, Ha. And  Michael, B. Z. 2003. Functional properties of  whey, whey components, and     
essential amino acids: mechanisms underlying health benefits for active people (review). The Journal of nutritional biochemistry. 14(5):251-258.
2.  Matthew, B.C., Emma, R.,  Christos, G.S., Paul, J.C. and Alan, H. 2010. Whey protein isolate attenuates strength decline after eccentrically-induced muscle damage in healthy individuals. Journal of the International Society of Sports Nutrition. 7(30):1-9.
. Journal of sport nutrition and exercise metabolism. 45(5):998-1003.

4. Keri Marshall, N.M. 2004. Therapeutic Applications  of Whey Protein.  Alternative Medicine Review. 9(2):136-156.

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล