แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงกระดูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงกระดูก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้ของแคลเซียม แร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ

19:45 0 Comments

          แคลเซียมเสริมสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน อีกทั้งป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

หน้าที่สำคัญของแคลเซียม
- เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันความผิดปกติของกระดูกและฟัน เช่น กระดูกหักง่าย หลักโก่งงอ กระดูกเรียงผิดรูป หรือฟันหักง่าย

- ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยสร้างเนื้อกระดูกให้มีความหนาแน่นมากขึ้น

- ช่วยให้การเจริญเติบโตในด้านความสูงและความแข็งแรงของเด็กในวัยเจริญเติบโต
วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ มีคุณประโยชน์ดังนี้ (อ้างอิงที่ 1)

- วิตามิน ดี 3 เสริมประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียมให้ดีขึ้น

- แมกนีเซียม ในร่างกายส่วนมาก (60-70%) จะพบในกระดูกแมกนีเซียมจำเป็นสำหรับการเติบโตของกระดูก การส่งสัญญาณทางประสาท และการหดตัวของกล้ามเนื้อ การได้รับแมกนีเซียมในขนาดที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

- แมงกานีส เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการพัฒนาของกระดูกตามปกติจำเป็นสำหรับการสร้างเสริมระบบโครงร่างของร่างกาย

- วิตามิน ซี เป็นวิตามินที่มีกลไกในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และยังช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือดให้แข็งแรง ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ และเสริมสร้างเซลล์ให้แข็งแรง

- สังกะสี จำเป็นสำหรับการเติบโต การเจริญของระบบสืบพันธุ์ สำคัญในการสร้างกระดูกตามปกติ และช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

- ทองแดง มีความสำคัญในระบบโครงสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันร่วมกับวิตามินซีในการสร้างอีลาสติน จำเป็นสำหรับการเผาผลาญโปรตีน และการสร้างสีของผิวหนังและสีผม

- วิตามิน อี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์เสื่อมสภาพจำเป็นต่อการเจริญและพัฒนาของเซลล์ประสาท
แคลเซียมกับกระดูก

          แคลเซียมเป็นธาตุที่มีมากที่สุดของร่างกาย เป็นโครงสร้างหลักของกระดูกและฟัน ในเด็กแคลเซียมจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและความสูง เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กในช่วง “วัยปีทอง” (Growth spurt) ซึ่งเป็นช่วงสะสมมวลกระดูกสำหรับการเจริญเติบโต และเพิ่มมวลกระดูกให้มีปริมาณสูงสุด สำหรับในผู้ใหญ่ หากร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่พอเพียง ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้ และหากไม่ได้รับอย่างพอเพียงเป็นประจำ แคลเซียมในกระดูกจะถูกดึงออกมามากจนกระทั่งกระดูกพรุน เปราะ ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงจึงแตกหักได้ง่าย แม้ว่าได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาการดังกล่าวคืออาการของ “โรคกระดูกพรุน” (Osteoporosis) โดยหากเป็นรุนแรงแล้วจึงจะแสดงอาการออกมา เช่น ปวดหลังเรื้อรังหลังค่อมจากการยุบตัวลงของกระดูกสันหลัง หรือกระดูกสะโพกหักทำให้เดินไม่ได้เหมือนเดิม ในผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชายหลายเท่า (ประมาณ 4 เท่า) และผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนนั้น ในช่วง 5 ปีแรกมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว จึงมีโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ดังนั้น คนที่มีการสะสมมวลกระดูกมากตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยหนุ่มสาว เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและวัยชราจะยังมีมวลกระดูกอยู่เหลือมากกว่าคน ที่มีการสะสมมวลกระดูกน้อย และลดความเสียงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ (อ้างอิงที่ 1-5)
ความต้องการแคลเซียมต่อวัน

           สถานการณ์เกี่ยวกับโภชนาการของแคลเซียมในประเทศไทยมีรายงานสำรวจภาวการณ์ บริโภคอาหารของประชาชนไทย พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยรับประทานแคลเซียมจากอาหารประจำวันได้เพียง 301 มก.ต่อวัน ซึ่งค่อนข้างต่ำ (อ้างอิงที่ 6) ขณะที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำข้อมูลสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน สำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai Recommended Daily Intakes-Thai RDI) (อ้างอิงที่ 7) โดยแนะนำว่า ปริมาณแคลเซียมที่ควรรับประทานต่อวันอยู่ที่ 800 มก. หรือเมื่อเทียบกับนมกล่อง(UHT) ซึ่งมีค่าปริมาณแคลเซียมอยู่ที่ 122 มก./100 มล. แล้ว (อ้างอิงที่ 8) เทียบเท่ากับการดื่มนมประมาณวันละ 650 ซีซี หรือประมาณ 3 กล่อง

           อย่างไรก็ตามปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงอายุ โดยมีข้อมูลจากมูลนิธิโรคข้อในพระราชูปถัมภ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แสดงถึงรายละเอียดความต้องการแคลเซียมต่อวันของบุคคลในช่วงอายุต่างๆ ดังนี้ (อ้างอิงที่ 9)
  • เด็กเล็ก 600 มก
  • เด็ก 800 มก.
  • วัยรุ่น 1,200 มก.
  • ผู้ใหญ่ ( 25-50 ปี ) 1,000 มก.
  • คนแก่ 1,000 มก.
  • สตรีหลังหมดประจำเดือน  1,500-2,000 มก.
       แคลเซียมจึงเป็นสารอาหารจำเป็น ที่คนไทยจำนวนมากขาดแคลนนอกจากการดื่มนมทุกวันแล้ว อาหารเสริมแคลเซียมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภคเช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

1. เครือข่ายวิชาการสุขภาพเรื่อง แคลเซียม, วิตามินดี, แมกนีเซียม, แมงกานีส, วิตามินซี, สังกะสี, ทองแดง และวิตามินอี. สำนักงานคระกรรมการอาหารและยา
2. Calcium needs of adolescents. Curr Opin Pedlatr. 1994 Aug:6(4):379-82.
3. Calcium, American Academy of Orthopaedic Surgeons.
4. แคลเซียมกับโรคกระดูกพรุน, กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
5. Osteoporosis-related life habits and knowledge about osteoporosis among women in El Salvador: A cross-sectional study BMC Musculoskelet Disord. 2004; 5: 29.
6. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข “ข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันและแนวทางการบริโภคอาหารสำหรับคนไทย” พ.ศ.2532 หน้า 85-90
7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ. 2541 เรื่อง ฉลากโภคชนาการ
8. ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย, คณะกรรมการสวัสดิการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ISBN : 974-515-295-1 หน้า 59
9. โรคกระดูกบาง กระดูกพรุน, มูลนิธิโรคข้อในพระราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเซซามิน

21:17 0 Comments
        เซซามิน เป็นสารสกัดจากงาดำ โดยปกติในงาดำจะมีสารกลุ่มลิกแนนหลายชนิด ได้แก่ เซซามิน (Sesamin) เซซาโมลิน (Sesamolin) และเซซามินอล กลูโคไซด์ (Sesaminol glucosides)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเซซามิน

     เซซามิน เป็นสารสกัดจากงาดำ โดยปกติในงาดำจะมีสารกลุ่มลิกแนนหลายชนิด ได้แก่ เซซามิน (Sesamin) เซซาโมลิน (Sesamolin) และเซซามินอล กลูโคไซด์ (Sesaminol glucosides) (อ้างอิงที่ 1) ทั้งหมดนี้มีคุณสมบัติหลายประการ เช่น
  • ·       ช่วยยับยั้งทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด (อ้างอิงที่ 2-4)
  • ·       ช่วยเพิ่มมวลกระดูก (อ้างอิงที่ 5)
  • ·       ช่วยปกป้อง และบำรุงตับ (อ้างอิงที่ 6-9)
  • ·       ลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือด (อ้างอิงที่ 10-12)
  • ·       ช่วยลดความดันโลหิต (อ้างอิงที่ 13)


        เซซามินช่วยยับยั้งทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด
มีงานวิจัยที่แสดงว่าสารเซซามินในงาดำสามารถทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม (Breast cancer mcf-7) (อ้างอิงที่ 2) และสามารถทำลายเซลล์มะเร็งตับ (Human hepatocellular carcinoma cell line HepG2) ของมนุษย์ได้ (อ้างอิงที่ 3) อีกงานวิจัยพบว่า สารเซซามินในงาสามารถทำลายเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Human Lymphoid Leukemia Molt 4B cells) ของมนุษย์ได้อีกด้วย (อ้างอิงที่ 4)

        เซซามินในงาดำ สามารถเพิ่มการสร้างมวลกระดูกของมนุษย์ได้
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่า สารเซซามินในงาสามารถเพิ่มการสร้างมวลกระดูกของมนุษย์ได้ โดยมีผลที่เซลล์สร้างกระดูกOsteoblast โดยตรง จึงน่าจะนำมาพัฒนาใช้ในโรคกระดูกบาง (อ้างอิงที่ 5)

       เซซามินช่วยปกป้องสุขภาพตับ
       มีงานวิจัยพบว่า เซซามินในงาดำลดการทำลายของตับจากสารพิษคาร์บอนเตตราคลอไรด์ และโลหะหนักในหนูทดลองได้  (อ้างอิงที่ 6, 7)นอกจากนี้เซซามินยังมีฤทธิต้านอนุมูลอิสระ จึงมีผลช่วยในการเมตาโบลิซึมของไขมันและแอลกอฮอล์ในตับ (อ้างอิงที่ 8)  อีกทั้งช่วยป้องกันภาวะไขมันสะสมในตับที่เกิดจากการเหนี่ยวนำโดยแอลกอฮอล์ได้ในหนูทดลอง (อ้างอิงที่ 9)

       เซซามินช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือด
       สำหรับในหนูทดลอง เซซามินจากงาดำสามารถลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือดได้ (Anti-atherosclerotic effect) (อ้างอิงที่ 10, 11) โดยมีงานวิจัยรองรับว่า การรับประทานงาดำจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วยกลไกการลดการดูดซึมที่ลำไส้เล็ก รวมถึงการลดการสร้างโคเลสเตอรอลที่ตับ(อ้างอิงที่ 12)

       เซซามินช่วยลดความดันโลหิต
       มีงานวิจัยที่ทำในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โดยให้รับประทานสารสกัดเซซามินจากงาดำ 60 มก. ต่อวัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า สามารถลดความดันโลหิตได้เล็กน้อยประมาณ 2-3 มม.ปรอท จากระบาดวิทยาคลินิค แม้จะลดความดันโลหิตได้เล็กน้อยก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อการช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางสมองและหัวใจ (อ้างอิงที่ 13)
       ปัจจุบันมีการนำสารสกัดจากงาดำและผงงาดำ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค โดยอาจมีการเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์เข้าไปด้วย เช่น ข้าวกล้องหอมนิลงอก ซึ่งจะมีสาร GABA (Gamma Amino Butyric Acid)  ที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยลดความตึงเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับได้ดี ช่วยรักษาสมดุล ชะลอความเครียดของสมอง ทั้งยังกระตุ้นการผลิต Growth Hormone ที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ (อ้างอิงที่ 14) หากได้รับร่วมกับวิตามินซีและซีลีเนียม ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ (อ้างอิงที่ 15) ก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง
1. Sesame seed lignans: potent physiological modulators and possible ingredients in functional foods & nutraceuticals
2. Effect of sesamin on apoptosis and cell cycle arrest in human breast cancer mcf-7 cells. Asian Pac J Cancer Prev. 2015;16(9):3779-83
3. Sesamin induces cell cycle arrest and apoptosis through the inhibition of signal transducer and activator of transcription 3 signalling in human hepatocellular carcinoma cell line HepG2. Biol Pharm Bull. 2013;36(10):1540-8
4. Sesamin and episesamin induce apoptosis in human lymphoid leukemia Molt 4B cells. Int J Mol Med. 2000 Jul;6(1):43-6
5. Sesamin stimulates osteoblast differentiation through p38 and ERK1/2 MAPK signaling pathways.BMC Complement Altern Med. 2012 May 30;12:71. doi: 10.1186/1472-6882-12-71
6. Protective effects of sesamin against liver damage caused by alcohol or carbon tetrachloride in rodents.Ann Nutr Metab. 1993;37(4):218-24
7. Sesamin protects mouse liver against nickel-induced oxidative DNA damage and apoptosis by the PI3K-Akt pathway.J Agric Food Chem.2013 Feb 6;61(5):1146-54. doi: 10.1021/jf304562b
8.Antioxidative roles of sesamin, a functional lignan in sesame seed, and it's effect on lipid- and alcohol-metabolism in the liver: a DNA microarray study.Biofactors.2004;21(1-4):191-6
9. Sesamin ingestion regulates the transcription levels of hepatic metabolizing enzymes for alcohol and lipids in rats. Alcohol Clin Exp Res.2005 Nov;29(11 Suppl):116S-120S
10. Cholesterol-lowering activity of sesamin is associated with down-regulation on genes of sterol transporters involved in cholesterol absorption. J Agric Food Chem.2015 Mar 25;63(11):2963-9. doi: 10.1021/jf5063606
11. Anti-atherosclerotic and anti-inflammatory actions of sesame oil. J Med Food.2015 Jan;18(1):11-20. doi: 10.1089
12. Nutraceutical functions of sesame: a review. Crit Rev Food Sci Nutr.2007;47(7):651-73
13. Antihypertensive effects of sesamin in humans. J Nutr Sci Vitaminol (Tokyo).2009 Feb;55(1):87-91
14. ข้าวกาบา. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. http://ifrpd.ku.ac.th/th/products/ifrpd-gaba-rice.php
15.  ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การแสดงข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของสารอาหาร. คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561

Q & A ซี มิน ดริ๊งค์ (Sea min drink)

00:26 0 Comments

Sea Min Drink คือ อะไร


  • ซีมิน ดริ๊งค์ คือ เครื่องดื่มที่อุดมด้วย แคลเซียม และแร่ธาตุกว่า 72 ชนิดจากสาหร่ายทะเลสีแดง ประเทศไอซ์แลนด์ ในโครงสร้างรูปแบบพิเศษที่ดูดซึม และนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย


1. คุณประโยชน์หลักของ Sea Min Drink คืออะไร ดื่มแล้วดีอย่างไร
           แร่ธาตุ 72 ชนิดจากสาหร่ายทะเลสีแดง มีงานวิจัยที่ชัดเจนว่า สามารถต้านการอักเสบของเซลล์ จึงมีส่วนช่วยในหลากหลายระบบในร่างกาย

  • ลดการเสื่อมของเซลล์ผิว อันเป็นเหตุให้เกิดปัญหาผิวพรรณ รอยเหี่ยวย่น ฝ้ากระ และจุดด่างดำ
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่างๆ ที่เกิดจากการอักเสบ เช่น มะเร็งลำไส้
  • ป้องกันและลดการอักเสบของข้อ ลดอาการปวดข้อและข้อติดขัด
ทั้งนี้ ภาวะข้อเสื่อมอาจเกิดจาก
  • วัย
  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น
  • การใช้ชีวิตที่ผิดจากธรรมชาติ เช่น การสวมใส่รองเท้าส้นสูง การนั่งพับเพียบ นั่งยองๆขัดสมาธิ หรือ คุกเข่าเป็นเวลานาน การออกกำลังกายที่มีการกระแทกของข้อแรงๆ หรือแม้แต่การนั่งเล่นโซเชียลโดยก้มหน้าและไม่มีพนักพิงซึ่งจะส่งผลเสียต่อกระดูกข้อต่อที่เท้า ข้อเท้า เข่า คอและกระดูกสันหลัง
          นอกจากนี้ แคลเซียมในซีมิน เป็นแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ซึ่งดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมทั่วไป พร้อมด้วยแร่ธาตุ 72 ชนิด และวิตามินดี ช่วยส่งเสริมการดูดซึม และการนำไปใช้ จึงช่วย เพิ่มมวลกระดูก ป้องกันและลดภาวะกระดูกพรุนในผู้ใหญ่ และเสริมสร้างมวลกระดูกในเด็กได้ดี

หมายเหตุ : การอักเสบเกิดได้ในหลากหลายระบบในร่างกาย การได้รับสารอาหารที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ จึงมีส่วนช่วยในหลากหลายระบบในร่างกาย
  • แสงแดด กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ทำลายคลอลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยก่อนวัย หากลดการอักเสบได้ จะทำให้ ผิวกระจ่างใส ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ป้องกันและลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย
  • อาหารไม่เหมาะสม เซลล์ในระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ ทำให้ลำไส้อักเสบก่อมะเร็งสำไส้ หากลดการอักเสบได้ จะทำให้ ลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้
  • อนุมูลอิสระ เซลล์ทุกระบบในร่างกาย ทำงานผิดปกติเซลล์เสื่อม ก่อให้เกิดความชราโรคร้ายแรง และโรคเรื้อรังต่างๆ หากลดการอักเสบได้ จะทำให้ ชะลอความชรา ลดโอกาสการเกิดโรคร้ายแรง และโรคเรื้อรังต่างๆ
  • กระทบกระเทือนต่ออวัยวะโดยตรง ข้อเข่าและข้อต่อต่างๆ ทำให้กระตุ้นกระบวนการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อนตามข้อ  หากลดการอักเสบได้ จะทำให้ ลดการปวดอักเสบ ของข้อ
2. วัตถุดิบหลัก มีแหล่งที่มาจากอะไร พบมากที่ใด พิเศษอย่างไร
  • แคลเซียมและแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่ใช้ในซีมิน เก็บเกี่ยวจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดของ ประเทศไอซ์แลนด์ เป็นแคลเซียมและแร่ธาตุในโครงสร้างรูปแบบพิเศษที่ย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าแร่ธาตุจากแหล่งทั่วไป และมีความหลากหลายของแร่ธาตุหลายชนิดผสมผสานกันตามธรรมชาติ จึงช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ลดการปวดข้อ เสริมสร้างแคลเซียมและแร่ธาตุให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี
  • ด้วยความพิเศษดังกล่าว ทำให้แคลเซียมและแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่นำมาใช้ในซีมิน ได้รับรางวัล สุดยอดสารอาหารแห่งปี 2016 (Nutraingredients Awards) ด้านการเสริมสุขภาพและชะลอวัย (Healthy Ageing) จากงาน ไวต้า ฟู๊ด (Vitafoods) ณ กรุงเจนิวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • นอกจากนี้ การเก็บเกี่ยวแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดง ยังมีความพิถีพิถัน ด้วยกระบวนการเก็บเกี่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีการวางแผนการเก็บเกี่ยวแบบยั่งยืน โดยการแบ่งพื้นที่การเก็บเกี่ยวในแต่ละปีและมีการทิ้งระยะให้สาหร่ายทะเลได้เจริญเติบโตในระยะเวลาที่เหมาะสม และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานท้องถิ่น และมีผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง อีกทั้งได้รับการรับรองมาตรฐานระบบออร์แกนิคจากยุโรปอีกด้วย
  • แคลเซียมและแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่อยู่ในซีมิน ยังมีงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ ว่าดีต่อสุขภาพมากกว่า 30 งานวิจัย ทั้งในด้านการเพิ่มมวลกระดูก การลดการอักเสบในร่างกาย การลดอาการปวดข้อ และลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้
3. โครงสร้างของแคลเซียมใน Sea Min Drink แตกต่างจากแคลเซียมทั่วไปอย่างไร ส่งผลดีอย่างไร
  • แคลเซียมในซีมิน เป็นแคลเซียมและแร่ธาตุจากท้องทะเลที่ค่อยๆตกผลึกสะสมบนสาหร่ายทะเลสีแดงที่มีโครงสร้างเป็นรูพรุนคล้ายรังผึ้ง จึงมีพื้นที่สัมผัสมากกว่าแร่ธาตุจากหินปูนประมาณ 10 เท่า และผลึกของแคลเซียมเกาะตัวกันด้วยโครงสร้างที่หลากหลาย ไม่แพ็คแน่นเท่าแคลเซียมจากหินปูน ทำให้แคลเซียมในซีมินละลายง่ายและดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมทั่วไป
  • โดยมีรายงานว่า แคลเซียมในซีมินสามารถละลายในกระเพาะที่มีสภาวะเป็นกรดได้ถึง 96% ในขณะที่แคลเซียมจากหินปูนละลายได้เพียง 61% เท่านั้น
  • นอกเหนือจากแคลเซียม ในซีมินยังมีแร่ธาตุอื่นๆจากทะเลกว่า 72 ชนิด ซึ่งอยู่ในรูปสร้างประกอบเชิงซ้อน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการนำแคลเซียมและแร่ธาตุไปใช้ของร่างกายอีกด้วย
  • เนื่องจาก แคลเซียมในซีมิน เป็นแหล่งแคลเซียมรูปแบบน้ำที่ละลายและดูดซึมได้ง่าย จึงสามารถรับประทานเวลาไหนก็ได้ แตกต่างจากแคลเซียมคาร์บอเนตแบบเม็ดทั่วไป ที่ต้องรับประทานคู่กับอาหารเพื่อช่วยในการดูดซึม นอกจากนี้ ซีมินอยู่ในบรรจุภัณฑ์รูปแบบที่ทันสมัย รับประทานง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเสียเวลาชง เพราะละลายมาให้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย พกพาได้สะดวก มากกว่ารูปแบบอื่นๆ
4. Sea Min Drink เหมาะกับใคร แนะนำให้ใครได้บ้าง
  • เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป
  • วัยรุ่น วัยทำงาน
  • ผู้ที่มีภาวะการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะการอักเสบของข้อ ทั้งจากข้อเข่าเสื่อม การใช้ชีวิตที่ผิดจากธรรมชาติ เช่น การสวมใส่รองเท้าส้นสูง การก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ และการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่พบหรือมีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน โดยเฉพาะ วัยหมดประจำเดือน / ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร หรือมีบุตรแล้วที่สูญเสียแคลเซียมในระหว่างตั้งครรภ์ / ผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพทั่วไป
5. แนะนำให้ดื่มตอนไหน
  • การรับประทานแคลเซียมคาร์บอเนตแบบเม็ดทั่วไป ต้องรับประทานคู่กับอาหารเพื่อช่วยในการดูดซึม แต่ถ้าเป็นแคลเซียมรูปแบบน้ำอย่างมีซีมินเป็นแร่ธาตุที่ดูดซึมได้ดีมากๆ จึงสามารถดื่มตอนไหนก็ได้ โดยแนะนำให้ดื่ม ครั้งละ 1 ซอง วันละ 2 ครั้ง และสามารถดื่มได้อย่างต่อเนื่อง
6. มีข้อห้ามข้อควรระวังอย่างไร
  • ผู้ป่วยโรคไตที่แพทย์แนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำ
  • คนท้อง และให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยภาวะวิกฤตที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
7. ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถดื่มได้หรือไม่
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีค่าน้ำตาลตอนเช้า ไม่เกิน 160  มิลลิกรัม / เดซิลิตร สามารถดื่มซีมิน ได้ตามปกติ (หากเป็นเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ จะมีค่าน้ำตาลตอนเช้าต่ำกว่านี้)
  • ซีมินมีน้ำตาลธรรมชาติ จากน้ำสตรอเบอร์รี่และใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลทราย จึงส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดน้อยมาก ทั้งนี้ แนะนำให้ควบคุมน้ำตาลจากแหล่งอื่นๆ เช่น งดน้ำหวาน และผลไม้ที่มีรสหวานร่วมด้วย
8. ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักสามารถดื่มได้หรือไม่
  • สามารถดื่มได้ โดยซีมิน 1 ซอง ให้พลังงานเพียง 25 Kcal แต่อย่างไรก็ตาม ควรออกกำลังอย่างสม่ำเสมอและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ
9. วิธีการเก็บรักษาซีมิน
  • เพื่อรสชาติที่ดี ควรแช่เย็นและเขย่าก่อนดื่ม และดื่มให้หมดหลังจากเปิดฝา ผลิตภัณฑ์นี้ มีอายุ 6 เดือนนับตั้งแต่วันผลิต
10. สามารถแนะนำควบคู่กับผลิตภัณฑ์กลุ่มใดได้บ้าง
  • เพื่อเสริมแคลเซียมให้เต็มประสิทธิภาพ สามารถแนะนำควบคู่ กับแคลดีแมก 600 (ทานแคลดีแมก 600 ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง พร้อมอาหาร) และ ดื่ม ซีมินดริ๊งค์ ครั้งละ 1 ซอง วันละ 2 ครั้ง ระหว่างมื้อ
  • เพื่อดูแลอาการปวดข้อ ปวดเข่า สามารถแนะนำควบคู่ กับ คลอลาเจนตัวใดก็ได้ของกิฟฟารีน (เช่น คอลลาเจน แมกซ์ หรือ คอลลาเจน SOP หรือ โรสไวส์ ดริ๊งค์) และ ดื่ม ซีมินดริ๊งค์ ครั้งละ 1 ซอง วันละ 2 ครั้ง ระหว่างมื้อ ทั้งนี้ อาจเสริม ยูซีทู และน้ำมันปลาได้ตามความต้องการ
11. หากได้รับแคลเซียมเป็นประจำจะทำให้เกิดกระดูกงอก หรือส่งผลเสียต่อร่างกายได้หรือไม่
  • ไม่งานวิจัยใดเลยที่ระบุว่า การได้รับแคลเซียม 1200 - 2000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลต่อกระดูกงอกหรือส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้น หากรับประทานแคลเซียมตามคำแนะนำ แบ่งทางเป็นแบบมื้อ ไม่ได้ทานครั้งเดียวในปริมาณสูงมาก ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรืออาการข้างเคียง
  • ปริมาณแคลเซียมในซีมินมีปริมาณที่ไม่มากไป (ใน 1 ซอง มีแคลเซียม 160 มิลลิกรัม) จึงเหมาะสมในการดูดซึมต่อการรับประทานในแต่ละครั้ง และยังมีการศึกษาทางคลีนิคยืนยันว่าร่างกายสามารถนำแคลเซียมจากซีมินไปใช้ได้ดีกว่า โดยนำไปใช้สร้างกระดูกได้ดี ลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกงอกและลดการสะสมของแคลเซียมในเนื้อเยื่ออ่อนอีกด้วย

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง วิตามินดี และสตรอเบอร์รี่

23:57 0 Comments
รู้หรือไม่?? ยังมีแหล่งของแร่ธาตุที่ได้จากพืชที่ถือว่าให้ปริมาณแคลเซียมสูงและยังมีแร่ธาตุอื่นๆ ที่หลากหลายอีกกว่า 72 ชนิด นั่นก็คือ แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงนั่นเอง ดูเพิ่มเติม >>>  www.seamindrink.com

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง วิตามินดี และสตรอเบอร์รี่

            แร่ธาตุคือสารอาหารประเภทหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยร่างกายของเราต้องการแร่ธาตุแต่ละ
ชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย 
แร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกายคือ แคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน 
โดยแหล่งของแร่ธาตุมีอยู่หลายแหล่งไม่ว่าจะเป็นในอาหารที่ได้จากสัตว์ หรือแม้กระทั่งจากหินแร่ 
แต่รู้หรือไม่??ยังมีแหล่งของแร่ธาตุที่ได้จากพืชที่ถือว่าให้ปริมาณแคลเซียมสูงและยังมีแร่ธาตุอื่นๆ 
ที่หลากหลายอีกกว่า 72 ชนิด นั่นก็คือ แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงนั่นเอง
              สาหร่ายทะเลสีแดง (Calcareous Marine Algae)มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าLithothamnium sp. 
ซึ่งถูกเก็บเกี่ยวจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดบริเวณฟยอร์ดทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไอร์แลนด์
(Arnarfjordur Fiord)เป็นสาหร่ายที่มีการสะสมแร่ธาตุต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก และให้ปริมาณแร่ธาตุอย่าง
สมดุล โดยแร่ธาตุที่ได้จากสาหร่ายทะเลสีแดงนี้จะมีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากแร่ธาตุจากแหล่ง
อื่นๆ เนื่องจากเป็นการตกผลึกของแร่ธาตุภายในโครงสร้างของเซลล์พืช จึงมีลักษณะเป็นโครงสร้าง
รังผึ้งที่มีรูพรุนจำนวนมาก ทำให้ย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าแร่ธาตุจากแหล่งทั่วไป ส่งผลให้
ร่างกายสามารถนำแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงมีพื้นที่สัมผัสมากกว่าแร่จากหินปูนประมาณ 10เท่า เพิ่ม
ความสามารถในการละลายส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ดีขึ้น
         ความเป็นเอกลักษณ์อีกประการของแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดง คือ มีความหลากหลายของ
แร่ธาตุหลายชนิดผสมผสานกันตามธรรมชาติ โดยแร่ธาตุที่พบในสาหร่ายทะเลสีแดงได้แก่ 
แคลเซียม 32%, แมกนีเซียม 2.2% และอื่นๆ อีกกว่า 72ชนิด ได้แก่ ไอโอดีน เหล็ก แมงกานีส โบรอน 
คาร์บอน คลอไรด์ ฟลูออไรด์ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซิลิคอน โซเดียม สตรอนเทียม ซัลเฟอร์ 
สังกะสี และวาเนเดียม เป็นต้น


          แร่ธาตุสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดงอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุจากท้องทะเล
อื่นๆอีก 72 ชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้   

  • ช่วยเพิ่มมวลกระดูก เนื่องจากมีแคลเซียมที่ถูกดูดซึมได้ดีกว่ารูปแบบอื่นๆจึงช่วยเสริมสร้าง             มวลกระดูก รักษาสมดุลแคลเซียมในกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกพรุน และส่งเสริมการทำงาน         ของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี 
  • มีฤทธิ์ลดการอักเสบในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อม
  • ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ เนื่องจากแคลเซียมจะช่วยลดความเป็นพิษของน้ำดีที่ถูกสร้าง         ขึ้นเพื่อใช้ในการย่อยไขมัน ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะมีส่วนช่วยและป้องกันการเจริญเติบโต   ของเซลล์มะเร็งลำไส้
  • แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงมีคุณสมบัติเป็น Buffering Action ซึ่งมีส่วนช่วยลดกรดและช่วยให้     ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อ้างอิงที่ 4)
วิตามินดี (Vitamin D) เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย มีส่วนช่วยใน
การดูดซึมแคลเซียมให้กับร่างกาย เพราะถ้าขาดวิตามินดี จะส่งผลให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ลดลง 
หากร่างกายขาดแคลเซียมและวิตามินดี ประกอบกับร่างกายดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ จะทำให้
เกิดอาการปวดเกร็ง  กล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง(อ้างอิงที่ 5)

          สตรอเบอร์รี่ (Strawberry) ผลไม้สีแดงสด กลิ่นหอมหวาน อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ได้รับการยกย่องให้เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม ในสตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูง ได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเฟอรอล (Kaempferol) ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ และเมื่อเปรียบเทียบสารต้านอนุมูลอิสระกับผลไม้ ชนิดอื่นๆ พบว่า สตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มและองุ่นแดงถึง 2 เท่า มากกว่าแอปเปิ้ลและกล้วยหอมถึง 7 เท่า และมากกว่าลูกแพร์ถึง 11 เท่า นอกจากนี้ยังจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง โดยสตรอเบอร์รี่ปริมาณ 100 กรัม จะมีวิตามินซีมากถึง 50 มิลลิกรัม จัดเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ ไม่มีโคเลสเตอรอล และมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย(อ้างอิงที่ 1, 2) การที่ร่างกายได้รับแคลเซียมและแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ร่วมกับวิตามินดีและสารต้านอนุมูลอิสระจากสตรอเบอร์รี่ จะช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆ ที่จะนำมาสู่โรคร้ายแรงได้อีกด้วย

ดูเพิ่มเติมที่ www.seamindrink.com

เอกสารอ้างอิง
1. Wang, H., Cao, G. and Prior, R.L. 1996. Total Antioxidant Capacity of Fruits. Journal of  Agricultural 
     and Food Chemistry. 44:701-705.
2. Giampieri, F. Tulipani, S., Alvares-Suarez, J.M., Quiles, J.L., Mezzetti, B. and Battino, Maurizio. 2012. 
     The strawberry composition, nutritional quality and impact on human health. Nutrition. 9-19.
3. Singh, N., Aslam, M. N., Varani, J. and  Chakrabarty, S. 2015. Induction of calcium sensing receptor in 
    human colon cancer cells by calcium, vitamin D and aquamin: Promotion of a more differentiated, 
    less malignant and indolent phenotype. Molecular carcinogenesis. 54:(7): 543-553.
4. Widaa, A., Brennan, O., O'Gorman, D. M. and  O'Brien, F. J. 2014. The Osteogenic Potential of the 
    Marine‐Derived Multi‐Mineral Formula  Aquamin Is Enhanced by the Presence of Vitamin D. Phytotherapy Research. 28:(5): 678-684.
5. เครือข่าววิชาการผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย. วิตามินและเกลือแร่. เข้าถึงได้ www.fda.moph.go.th

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล