แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงเลือด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงเลือด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

วีทกราส (Wheat grass) ต้นอ่อนข้าวสาลี

13:17 0 Comments
         วีทกราส (Wheat grass) เป็นต้นอ่อนของข้าวสาลี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Triticum aestivum มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปีมาแล้วตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ ซึ่งใช้ในด้านการบำรุงสุขภาพ และเป็นยาอายุวัฒนะ การศึกษาในด้านพฤกษเคมี (Phytochemical) พบว่า น้ำวีทกราสนี้มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน หลายชนิด รวมถึงคลอโรฟิลด์ด้วย

          มีการใช้น้ำวีทกราสในการรักษาโรคต่างๆที่เกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้มานานกว่า 30 ปีแล้ว และมีงานวิจัยเชิงทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม ที่ทำเกี่ยวการศึกษากับโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (Ulcerative Colitis) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดเฉพาะบริเวณลำไส้ใหญ่เท่านั้น โดยในระยะเฉียบพลันของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายปนมูกหรือเลือดสด อาการแสดงขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของการอักเสบ หากเกิดที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายสุด จะมีอาการปวดถ่ายตลอดเวลา การวิจัยนี้ทดลองคนไข้ โดยดื่มน้ำวีทกราสวันละ 100 มิลลิลิตร ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน พบว่า ช่วยบรรเทาอาการโดยรวมของโรคให้ดีขึ้น ลดความรุนแรงของการถ่ายเป็นเลือด และจำนวนครั้งของการบีบตัวของลำไส้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

          ในการศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ซึ่งเป็นโรคความผิดปกติทางพันธุกรรมของเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดอาการโลหิตจาง มีงานวิจัยที่ทำกับผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคธาลัสซีเมียในระดับรุนแรงจำนวน 40 คน โดยให้รับประทานวีทกราสชนิดเม็ด พบว่า มีศักยภาพที่จะเพิ่มระดับฮีโมโกลบิน ช่วยยืดระยะเวลาการถ่ายเลือดออกไป และยังช่วยลดจำนวนเลือดที่ใช้ในการถ่ายเลือดด้วย อีกงานวิจัยหนึ่ง พบว่า การให้คนไข้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมียในระดับรุนแรง ดื่มน้ำวีทกราส 100 มิลลิลิตร ทุกวัน เป็นระยะเวลา 1 ปี ช่วยลดปริมาณเลือดที่ใช้ในการถ่ายเลือด รวมถึงช่วยลดจำนวนครั้งในการถ่ายเลือดลงอีกด้วย

         นอกจากนี้น้ำวีทกราสยังป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการได้รับเคมีบำบัดได้ดี โดยพบว่าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ดื่มน้ำวีทกราส วันละ 60 มล. ตลอดระยะเวลาการได้รับเคมีบำบัด ทั้ง 3 รอบ ช่วยป้องการเกิดภาวะโลหิตจาง (anemia) ได้ดี มีผลเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีผลต่อการตอบสนองการได้รับการรักษาจากเคมีบำบัดของผู้ป่วย และการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ดื่มน้ำวีทกราส วันละ 30 มล. ติดต่อกัน 6 เดือน พบว่าช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบิน เกล็ดเลือด และเพิ่มภูมิต้านทานได้ดี ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

          การศึกษาฤทธิ์อื่นที่น่าสนใจ เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในอาสาสมัครที่ได้รับสารก่ออนุมูลอิสระ BPA (biphenol-A) ผ่านทางสิ่งแวดล้อม เมื่อให้ดื่มวีทกราส วันละ 100 มล. ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ พบว่าปริมาณสาร BPA ในปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวโน้มการลดลงของ BPA สัมพันธ์กับระยะเวลาที่ดื่มวีทกราส

           ปัจจุบัน มีการพัฒนาวีทกราสขึ้นมาในรูปเครื่องดื่มชนิดชงละลายทันที เพื่อความสะดวกของผู้บริโภค มีการเสริมคุณประโยชน์เพิ่มเข้าไปโดยผสมสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์เข้าไป เช่น วิตามิน ใยอาหารอินนูลิน ผักและผลไม้รวม ชาเขียว เพื่อเสริมคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้มากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่าวีทกราสในรูปเครื่องดื่มชนิดชง มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในแง่ของการเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง ป้องกันการเกิดอันตรายจากอนุมูลอิสระ และรักษาอาการลำไส้อักเสบ โดยไม่พบความเป็นพิษหรืออาการข้างเคียงใดๆ

           แต่อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังการใช้ในเด็กอ่อน หรือสตรีมีครรภ์ เนื่องจากยังไม่มีรายงานด้านความปลอดภัย อีกน้ำวีทกราสจะมีกลิ่นเหม็นเขียวคล้ายหญ้า จึงอาจกระตุ้นให้เกิดการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นดังกล่าวได้

เอกสารอ้างอิง
สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้ของกรดโฟลิค

22:21 0 Comments
          
            กรดโฟลิค (Folic acid) มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการสร้างส่วนประกอบสำคัญของพันธุกรรม (DNA) และมีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์  มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญโปรตีน  เมื่อได้รับกรดโฟลิค  ร่างกายจะเปลี่ยนโครงสร้างกรดโฟลิคให้กลายเป็นโฟเลต ซึ่งเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์และซ่อมแซมพันธุกรรมหรือ ดี-เอ็น-เอ (DNA) ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงการแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของร่างกาย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในเด็กทารก  หญิงตั้งครรภ์  ส่วนในเด็กทั่วไป วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ก็ยังมีความจำเป็นต้องได้รับโฟเลตอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง และใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง รวมทั้งป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางอีกด้วย

กรดโฟลิคกับหญิงตั้งครรภ์
          ตามปกติแล้วกรดโฟลิคจะได้รับจากอาหารจำพวกไข่แดง ตับ ผักใบเขียว ผลไม้รสเปรี้ยว ถั่ว แต่ปริมาณกรดโฟลิคที่ได้จากอาหารนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หญิงที่ตั้งครรภ์จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับเสริมเข้าไป เพื่อใช้ในการพัฒนาระบบประสาทและป้องกันการเกิดความผิดปกติของกระดูกสันหลัง (เช่น neural tube defect, spina bifida)ของทารกในครรภ์ จากการวิจัยพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่รับประทานกรดโฟลิคตามที่แพทย์แนะนำ สามารถลดโอกาสการเกิดความผิดปกติของกระดูกสันหลังของทารกในครรภ์ลงถึง 50% และมีงานวิจัยระบุว่า การรับประทานโฟลิควันละ 400 ไมโครกรัม ในช่วงระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้

กรดโฟลิคกับภาวะโลหิตจาง
           ภาวะโลหิตจาง คือ ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบิน (ส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง) ซึ่งทำหน้าที่ในการการนำพาออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายได้รับออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ เมื่อสิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่ผิดปกติ จะส่งผลให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะเหนื่อยง่าย ซึ่งการขาดกรดโฟลิคก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเลือดจางได้ ยังสามารถพบภาวะเลือดจางจากการขาดกรดโฟลิคได้ ในกรณีต่อไปนี้
  • ในผู้ป่วยที่มีภาวะท้องเสียเรื้อรัง ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติต่อการดูดซึมสารอาหาร
  • ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ โดยแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมและกระบวนการเผาผลาญของกรดโฟลิค
  • ในสตรีตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายต้องการโฟลิคในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อใช้ในการสร้างอวัยวะของทารกในครรภ์
เอกสารอ้างอิง
1.    ภก.อภัย ราษฎรวิจิตร.โฟลิก กรดโฟลิก.http://www.haamor.com/th/กรดโฟลิก.html.วันที่สืบค้น 25 มกราคม 2559
2.    http://www.drugs.com/dosage/folic-acid.html    วันที่สืบค้น 25 มกราคม 2559
3.    https://en.wikipedia.org/wiki/Folic_acid.html     วันที่สืบค้น 25 มกราคม 2559
4.    Goh YI, Koren G. (2008). "Folic acid in pregnancy and fetal outcomes". J Obstet Gynaecol 28 (1): 3–13.
5.    Hathcock JN. (1997). "Vitamins and minerals: efficacy and safety". Am. J. Clin. Nutr. 66 (2): 427–37.


สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล