แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต้านอนุมูลอิสระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต้านอนุมูลอิสระ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

14:59 0 Comments

ประโยชน์
1. ลดการสะสมของโคเลสเตอรอลในผนังเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดไม่ตีบตัน ลดการอุดตันของเส้นเลือด 
2. มีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ โดยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และทนทานต่อภาวการณ์ขาดเลือดและลดการเต้นผิดจังหวะ มีผลทำให้ลดอัตราการตายจากโรคหัวใจ 
3. มีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านมในคน 
4. สามารถป้องกันเซลล์มะเร็งในช่องปาก จมูก หลอดอาหาร ในกลุ่มประชากรที่เคี้ยวใบชาซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้

         การรับประทานผักและผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามิน ซี และวิตามิน อี สูง สามารถที่จะลดอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด และยังลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือด ทั้งหมดนี้มีงานวิจัยสนับสนุนในประชากรนับหมื่นคน กล่าวโดยสรุปแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระมีผลต่อร่างกาย เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยชะลอการแก่และลดมะเร็งต่างๆ และลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือดได้จริง มีมากในผักและผลไม้หลายชนิด ซึ่งอาจจะหารับประทานได้ไม่ยาก

         สารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นสารประเภทไบโอฟลาโวนอยด์ มีสารที่สำคัญหลายตัวเป็นกลุ่มของโปรแอนโทรไซยานิดิน (Proanthocyanidin) หรือมีอีกชื่อว่า พีซีโอ (PCO : Procyanidolic Oligemars) มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระ สารพีซีโอตัวนี้มีมากที่สุดในเมล็ดองุ่น บลูเบอรี่ เชอรี่ พลัม ถั่ว และผักบางชนิด

เอกสารอ้างอิง

1. Grape seed proanthocyanidins improved cardiac recovery during reperfusion after ischemia in isolated rat hearts.Am J Clin Nutr 2002 May;75 (5) :894-9.
2. Proanthocyanidin-rich extract from grape seeds attenuates the development of aortic atherosclerosis in cholesterol-fed robbits.Atherosclerosis 1999;142 (1):139-49
3 Grape seed proanthocyanidins improved cardiac recovery during reperfusion after ischemia in isolated rat hearts.Am J Clin Nutr 2002 May;75 (5) :894-9.
4. Free radicals and grape seed proanthocyanidin extract: Importance in human health and disease prevention.Toxicology 2000 Aug 7;148 (2-3) :187-97
5. Anticarcinogenic effect of a polyphenolic fraction isolated from grape seeds in human prostate carcinoma DU145 cells: modulation ofmitogenic signaling and cell-cycle regulators and induction of G1 arrest and apoptosis. Mol Carcinog 2000 Jul;28(3):129-38
6. A polyphenolic fraction from grape seeds causes irreversible growth inhibition of breast carcinoma MDA-MB468 cells by inhibitingmitogenactivated protein kinases activation and inducing G1 arrest and differentiation. Clin Cancer Res 2000 Jul;6(7):2921-30
7. Protective effects of antioxidants against smokeless tobacco-induced oxidative tress and modulation of Bcl-2 and p53 genes in human oralKeratinocytes. Free Radic Res 2001 Aug;35(2):181-94
8. Relationship between the intake of high-fiber foods and energy and the risk of cancer of the large bowel and breast.Eur J Cancer Prev 1998;7 Suppl 2:S11-7:S11-7
9. Protective effect of fruits and vegetables on stomach cancer in a cohort of Swedish twins. Int J Cancer 1998;76(1):35-7.
10. Dietary factors and risk of lung cancer in never-smokers. Int J Cancer 1998;78(4):430-6
11. Vegetableand fruit intake and the risk of lung cancer in women in Barcelona, Spain. Eur J Cancer 1997;33(8):1256-61.
12. Intake of vitamins E, C, and A and risk of lung cancer. The NGANES I epidemiologic follow-up study. First National Health and NutritionExamination Survey. Am J Epidemiol 1997;146(3):231-43
13. Dletary carotenoids and vitamins A, C, and E and risk of breast cancer. J Natl Cancer Inst 1999;91(6):547-56.
14. Vegetable and fruit consumption and prostate cancer risk: a cohort study in The Netheriands. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev1998;7(8) :673-80
15. Fruit and vegetable intake and incidence of bladder cancer in a male prospective cohort. J Natl Cancer Inst 1999;91(7):605-13.
16. Dietary antioxidants and risk of myocardial infarction in the elderly; the Rotterdam Study. Am J Clin Nutr 1999;69(2):261-6.

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมัทฉะ

13:58 0 Comments

           มัทฉะ คือ ชาเขียวนั่นเอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Camellia sinensis เพียงแต่ ว่า มัทฉะเป็นผงบดละเอียดของชาเขียวชนิดที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คือ อยู่ในที่ร่มได้รับการเก็บเกี่ยวและทำให้แก้งอย่างดีทำให้มีรสชาติหวานหอมอร่อยพิเศษสุด ชาทำนองนี้มีหลายชนิด ทุกชนิดจะได้รับจากการปลูกแบบประคบประ หงมภายในร่ม ก่อนที่จะเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้กลิ่นและรสที่ดีที่สุด

           กล่าวคือ หลังจากที่ใบชาเริ่มแตกยอดนั้นจะไม่ให้ยอดใบชาถูกแสงแดด ทำให้ชะลอการเติบโตของใบชา เป็นผลทำให้ใบชามีสีเขียวเข้มขึ้น มีการสร้างกรดอะมิโนซึ่งทำให้ใบชามีรสหวานขึ้น แล้วเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะใบชาที่ดีที่สุดด้วยมือ หลังจากนั้นแล้วถ้าใบชามีลักษณะที่ม้วนงอ ก็จะ ถูกจัดเกรดเป็น เคียวกูโระ Gyokuro เป็นชาเขียวญี่ปุ่นที่ถือได้ว่าเป็นชาชั้นสูงที่สุดถ้า ใบชาไม่ม้วนงอ แต่แผ่อออกคล้ายแป้ง มีสีเขียวอ่อนๆ จึงจะเป็นชาที่เรียกว่า มัทฉะ ดังนั้น เมื่อพูดถึงมัทฉะแล้ว ก็จะหมายถึง ใบชาญี่ปุ่นชั้นดีที่บดละเอียด และเป็นชา ที่ถูกนำไปใช้ในพิธีชงชาของประเทศ ญี่ปุ่น มีพิธีการ อุปกรณ์ และวิธีชงที่เป็น เอกลักษณ์ เฉพาะตัว จากข้อมูลกระบวนการผลิตมัทฉะดังกล่าวมาแล้วนั้น จะเห็น ได้ว่ามัทฉะเป็นใบชาบดผง ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในพิธีชงชา ก็จะใช้ผงมัทฉะมาละลายเลย ดังนั้น การดื่มมัทฉะจึงเป็นการรับประทานใยชาทั้งใบ ต่างจากการดื่มชาแบบอื่นที่จะใช้ใบชาชงกับน้ำร้อน แล้วดื่ม เฉพาะน้ำชา ส่วนกาชาก็จะถูกทิ้งไป ปัจจุบันนี้ได้มีการประยุกต์นำมามัทฉะมาทำเป็นเครื่องดื่มโดยทำเป็นผงมัทฉะ บรรจุ อยู่ในซองเวลาจะได้รับประทานให้เทผงมัทฉะลงในขวดน้ำเปล่า หรือน้ำแร่ จากนั้น ก็เขย่า ให้ผงละลายจนเข้าดี แล้วก็จะได้ชาเขียวมัทฉะที่มีรสชาติและความหอมเฉพาะตัว รสชาติของมัทฉะจะเข้ม ขมเล็กน้อย(ขมแบบชา) มีกลิ่นหอมกว่าชาเขียว ทั่วไป มีสีขุ่น ไม่ใสเหมือนชาเขียวที่ได้จากการชงแบบอื่น เช่น ชงโดยใช้ถุงชา และมีตะกอนอยู่บ้าง นับได้ว่าเป็นอีกวิถีทางหนึ่งในการดื่มชาเขียวที่ง่าย สะดวก ได้ประโยชน์ จากชาเขียวทั้งหมด เนื่องจาก เป็นการรับประทานใบชาทั้งใบ อีกทั้งมีกลิ่นที่หอม รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

          คุณประโยชน์ของมัทฉะก็จะเหมือนใบชาทั่วไป ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากมาย หลายประการ โดยมีสารสำคัญที่ทำให้เกิดประโยชน์ (Active Health Component) ที่เรียกว่า โพลีฟีนอล หรือเรียกกันทั่วไปว่า คาเทซิน ( Catechins) ชึ่ง Catechins นี้ จะมีปริมาณ 3040 % ของส่วนที่เป็นของแข็งที่สามารถสกัดได้จากใบชาเขียวแห้ง (อ้างอิงที่1)

         คาเทชินที่อยู่ในชาเขียวประกอบไปด้วย Epigallocatechin-.-gallate(EGCG) Epicatechi-.-gallate epicatechin epigallocatechin’ Gallocatechin Gallat and Catchin ในทั้งหมดนี้ สารที่มีมากที่สุดคือ Epigallocatechin-.-gallate หรือ อี จี ซี จี (EGCG) ขนาดใบชาเขียวแห้ง 1ซอง (1.5กรัมต่อซอง) จะให้ EGCG ประมาณ 35-110 mg (อ้างอิงที่2) EGCG นับได้ว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าการรับประทานแครอท บรอคเคอรี ผักโขม และสตรอเบอรรี่ ในขนาดที่รับประทาน ในแต่ละมื้อ (อ้างอิงที่4) ซึ่งมีงานวิจัยรองรับมากมายถึงประโยชน์ของสาระสำคัญตัวนี้ อาทิเช่น
ช่วยลดความอ้วน

         ด้วนกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิ-เดชันของไขมัน มีรายงานวิจัยที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า EGCG ช่วยเพิ่ม กระบวนการการเผาพลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน และมีรายงาน การทดลองในคนแล้ว ว่าช่วยลดความอ้วนได้ (อ้างอิงที่5-8) นอกจากนี้มีงานวิจัยที่ทำในคนไทย ผู้ที่น้ำหนักเกินเป็น2กลุ่มได้รับสารสกัดชาเขียวและยาปลอม กลุ่มได้รับชาเขียวมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.7.5.1และ 3.3 ก.ก.ใบสัปดาห์ที่4.8และ 12ของการวิจัย (อ้างอิงที่9)
ช่วยลดไขมันในเลือด

         แม้จะลดไขมันในเลือดได้ไม่มากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่ดีรองรับสองงานวิจัย ในงานวิจัยแรกพบว่า เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มชาในปริมาณปานกลางหรือปริมาณมากร่วมด้วย จะลดปริมาณไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรค์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 6ชั่วโมง หลังรับประทานอาหารและดื่มชา โดยลดการเพิ่มระดับ ของไขมันชนิดไตรกลีเซอรไรด์ ในเลือดได้ถึง 15.1-28.7% (อ้างอิงที่10) อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มชาประมาณสองถ้วยต่อวัน สามารถลดไขมันในเลือดชนิดโครเลสเตอรรอลลงได้ เล็กน้อย(119.9เป็น106.6 มก./ดล.) แต่ก็มีนัยสำคัญทางคลินิก (อ้างอิงที่ 11)
ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน

         มีรายงานวิจัยว่า สาระสำคัญในชาเขียวสามารถการหดเกร็งของเส้นเลือดฝอยลดการเกิดตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดฝอย ทำให้ลดอุบัติการณ์ ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (Myocardial inflation) และอัมพฤกษ์ อัมพาต จาก เส้นเลือดตีบตัน (อ้างอิงที่12-16) นอกจากนี้ EGCG ยังเป็นตัวยับยั้งการเกิดการ สันดาป Oxidation ของโคเลสเตอรรอล ทำให้ลดการเกิดการสะสมสร้างตะกอน ในเส้นเลือดจากโคเรสเตอรรอล ทำให้ลดการเกิดเส้นเลือดแข็งตัวตีบตัน และลดอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ(Coronary Athero sclerosis) (อ้างอิงที่17-19)ในงานวิจัยในสัตว์ทดลองยังลดการเกิดเส้นเลือดในปอดตีบตัน( pulmonary thrombosis) อีกด้วย (อ้างอิงที่15) ส่งให้เป็นผลดีต่อสุขภาพของ หลอดเลือดหัวใจ ไม่นานนี้มีงานวิจัยทางระบาดวิทยาในคนญี่ปุ่น พบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียว จะลดการเกิดโรคเส้นเลือดทางสมอง ทั้งโรคเส้นโลหิตในสมองแตก (Cerebral hemorrhahe) และเส้นเลือดสมองตีบ ได้จริง (อ้างอิงที่20)

ต่อต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านมะเร็ง ( Antioxidant and anticancer)

       ชาเขียวมีผลต่อการยับยั้งการเกิดมะเร็ง ได้หลายชนิดทั้งในคนและสัตว์ เพราะมี ฤทธิ์ทางด้านการต้านอนุมลอิสระอย่างมาก จากการวิเคราะห์ งานวิจัยที่เชื่อถือได้ของ Cochrane database ตีพิมพ์ล่าสุด จำนวน 51 งานวิจัยทั่วโลก แม้จะมีจำนวนงาน วิจัยที่จำกัด พบว่าการดื่มชาเขียวลดอุบัติการณ์เกิดมะเร็งหลายชนิด เช่นมะเร็งตับ มะเร๊งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็ง ลำไส้ และมะเร็งตับอ่อน (อ้างอิงที่21)
ข้อห้ามหรือข้อควจระวังของมัทฉะ

          เนื่องจากมัทฉะ เป็นชาที่บดจากใยชาโดยตรง จึงยังตงมีคาเฟอีนได้เล็กน้อย คล้ายกับกาแฟ ข้อห้ามจึงคล้ายกับกาแฟ คือผู้ที่ทานกาแฟแล้วใจสั่น นอนไม่รับ ก็ไม่ควจรับประทานมัทและ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจชนิดที่มีหัวใจเต้นเร๊ว และโรคไทรอยด์ เป็นพิษ ในระยะที่ยังคุมไม่ได้และมีใจสั่นหัวใจเต้นเร๊ว ก็ไม่ควจรับประทานน้ำชา กาแฟ รวมทั้งมัทฉะเช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

1. The growth Factor, Vol. No. 3/03 –Meita (P) No. 214 / 04 / 2002 ; A Publication of Roche Vitamins Asia Pacific Pte Ltd.
2. Catechins in Green Tea, TEAVIGO TM Roche Vitamins Ltd, data no file
3. Antloxidant chemistry of green tea catechins, Idenfiflcation of products of the reaction of (-) eplgollocotechin gollote with peroxyl radicals 1999 Apr;12(4):382-6.
4. http://www.woridconsortium.com/med_studies.htm
5. TEAVIGO and modulation of obesity, EGCG attenuates body fat occumulation, TEAVIGO TM Roche Vitamins Ltd, data on file
6. Effcocy of a green tea extract rich in catechin polyphenols and caffeine in increasing 24-h energy expenditure and fat oxldation in humans 1999 Kec;70(6): 1040-5.
7. Green tea and thermogenesis: interactions between catechin-polyphenols. Caffeine and sympathetic activity, Int J Obes Reslt Metob Disord. 2000 Feb;24(2):252-8
8. Anit-obesity effect of tea catechins in humans, j Oleo Scl 2001;50:599-605.
9. Effectiveness of greentea on welght redeution in obese Thais: A randomized, controlled trial.Physlol Benav, 2008 Feb 27;93(3):486-91, Epub 2007 Oct 18.
10. Effect of tea catechins on postprandlol plasma lipld responses in humon subjects, br J Nutr, 2005 Apr;93(4):543-7.
11. Effectiveness of noderate green tea consumption on antioxidative status and plasma llpid profile in humans, J Nutr Biochem, 2005 Mar;16(3):144-9
12. Tea fiavonlods and cardlovasculor dlseases : a review. Crit Rev Food Sci Nutr 1997;37:771-785
13. Inhibitory effects of puritied green tea epicatechins on contraction of arterial smooth muscle cells. Acta Phamacol Sin 2000;21(9):835-840
14. Tea catechins prevent the development of artheroscleroses ln apoprotein E-deficient mice. J Nutr 2001;131:27-32
15. Antithrombotic octivities of green tea catechins and (-)-Eplgallocatechins Gallate. Thromb Res 1999;96:229-237
16. Possible contrlbution of green tea drinkinghabits to the prevention of stioke. Tohulu J Exp Med 1989;157:337-343
17. TEAVIGO and cardlovascular health, A potent antlox don’t and antiotterogenic ogent TEAVIGO TM Roche Vitamins Ltd. Data on file
18. Tea catechins inhibit cholesterol oxidation accomparying oxidation of low density llpoprotein invitro. Comp Blochem Physiol Part C 2001 Feb;128(2):153-64
19. Relationship between green tea consumption and the severity of coronary atherosclerosis among Japanese men and women. Ann Epidemiol 2000;10:401-408
20. Consumption of green and roasted teas and the risk of stroke incldence:resuits from the Tadamachi-Nakasato cohort study in Japan int J Epidemlol. 2008 Oct;37(5):1030-40
21. Green tea (Camellla sinenses) For the prevention of cancer. Cochrane Database Syst Rev. 2009 Jul 8:(3) CD005004
22. Matcha,From Wlkipedia, the free encyclopedia.http://en.wilipedla.org/wiki/matcha
23. Green Tea. From Wikpedia.the free encyclopedia http://en.wikipedio.org/eiki/Green_tea
24. ชาญี่ปุ่น โครงการบริการอาคารสถานที่ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://www.asia.tu.ac.th/leas/leas_buiding4.htm

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเซซามิน

21:17 0 Comments
        เซซามิน เป็นสารสกัดจากงาดำ โดยปกติในงาดำจะมีสารกลุ่มลิกแนนหลายชนิด ได้แก่ เซซามิน (Sesamin) เซซาโมลิน (Sesamolin) และเซซามินอล กลูโคไซด์ (Sesaminol glucosides)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเซซามิน

     เซซามิน เป็นสารสกัดจากงาดำ โดยปกติในงาดำจะมีสารกลุ่มลิกแนนหลายชนิด ได้แก่ เซซามิน (Sesamin) เซซาโมลิน (Sesamolin) และเซซามินอล กลูโคไซด์ (Sesaminol glucosides) (อ้างอิงที่ 1) ทั้งหมดนี้มีคุณสมบัติหลายประการ เช่น
  • ·       ช่วยยับยั้งทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด (อ้างอิงที่ 2-4)
  • ·       ช่วยเพิ่มมวลกระดูก (อ้างอิงที่ 5)
  • ·       ช่วยปกป้อง และบำรุงตับ (อ้างอิงที่ 6-9)
  • ·       ลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือด (อ้างอิงที่ 10-12)
  • ·       ช่วยลดความดันโลหิต (อ้างอิงที่ 13)


        เซซามินช่วยยับยั้งทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด
มีงานวิจัยที่แสดงว่าสารเซซามินในงาดำสามารถทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม (Breast cancer mcf-7) (อ้างอิงที่ 2) และสามารถทำลายเซลล์มะเร็งตับ (Human hepatocellular carcinoma cell line HepG2) ของมนุษย์ได้ (อ้างอิงที่ 3) อีกงานวิจัยพบว่า สารเซซามินในงาสามารถทำลายเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Human Lymphoid Leukemia Molt 4B cells) ของมนุษย์ได้อีกด้วย (อ้างอิงที่ 4)

        เซซามินในงาดำ สามารถเพิ่มการสร้างมวลกระดูกของมนุษย์ได้
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่า สารเซซามินในงาสามารถเพิ่มการสร้างมวลกระดูกของมนุษย์ได้ โดยมีผลที่เซลล์สร้างกระดูกOsteoblast โดยตรง จึงน่าจะนำมาพัฒนาใช้ในโรคกระดูกบาง (อ้างอิงที่ 5)

       เซซามินช่วยปกป้องสุขภาพตับ
       มีงานวิจัยพบว่า เซซามินในงาดำลดการทำลายของตับจากสารพิษคาร์บอนเตตราคลอไรด์ และโลหะหนักในหนูทดลองได้  (อ้างอิงที่ 6, 7)นอกจากนี้เซซามินยังมีฤทธิต้านอนุมูลอิสระ จึงมีผลช่วยในการเมตาโบลิซึมของไขมันและแอลกอฮอล์ในตับ (อ้างอิงที่ 8)  อีกทั้งช่วยป้องกันภาวะไขมันสะสมในตับที่เกิดจากการเหนี่ยวนำโดยแอลกอฮอล์ได้ในหนูทดลอง (อ้างอิงที่ 9)

       เซซามินช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือด
       สำหรับในหนูทดลอง เซซามินจากงาดำสามารถลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือดได้ (Anti-atherosclerotic effect) (อ้างอิงที่ 10, 11) โดยมีงานวิจัยรองรับว่า การรับประทานงาดำจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วยกลไกการลดการดูดซึมที่ลำไส้เล็ก รวมถึงการลดการสร้างโคเลสเตอรอลที่ตับ(อ้างอิงที่ 12)

       เซซามินช่วยลดความดันโลหิต
       มีงานวิจัยที่ทำในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โดยให้รับประทานสารสกัดเซซามินจากงาดำ 60 มก. ต่อวัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า สามารถลดความดันโลหิตได้เล็กน้อยประมาณ 2-3 มม.ปรอท จากระบาดวิทยาคลินิค แม้จะลดความดันโลหิตได้เล็กน้อยก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อการช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางสมองและหัวใจ (อ้างอิงที่ 13)
       ปัจจุบันมีการนำสารสกัดจากงาดำและผงงาดำ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค โดยอาจมีการเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์เข้าไปด้วย เช่น ข้าวกล้องหอมนิลงอก ซึ่งจะมีสาร GABA (Gamma Amino Butyric Acid)  ที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยลดความตึงเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับได้ดี ช่วยรักษาสมดุล ชะลอความเครียดของสมอง ทั้งยังกระตุ้นการผลิต Growth Hormone ที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ (อ้างอิงที่ 14) หากได้รับร่วมกับวิตามินซีและซีลีเนียม ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ (อ้างอิงที่ 15) ก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง
1. Sesame seed lignans: potent physiological modulators and possible ingredients in functional foods & nutraceuticals
2. Effect of sesamin on apoptosis and cell cycle arrest in human breast cancer mcf-7 cells. Asian Pac J Cancer Prev. 2015;16(9):3779-83
3. Sesamin induces cell cycle arrest and apoptosis through the inhibition of signal transducer and activator of transcription 3 signalling in human hepatocellular carcinoma cell line HepG2. Biol Pharm Bull. 2013;36(10):1540-8
4. Sesamin and episesamin induce apoptosis in human lymphoid leukemia Molt 4B cells. Int J Mol Med. 2000 Jul;6(1):43-6
5. Sesamin stimulates osteoblast differentiation through p38 and ERK1/2 MAPK signaling pathways.BMC Complement Altern Med. 2012 May 30;12:71. doi: 10.1186/1472-6882-12-71
6. Protective effects of sesamin against liver damage caused by alcohol or carbon tetrachloride in rodents.Ann Nutr Metab. 1993;37(4):218-24
7. Sesamin protects mouse liver against nickel-induced oxidative DNA damage and apoptosis by the PI3K-Akt pathway.J Agric Food Chem.2013 Feb 6;61(5):1146-54. doi: 10.1021/jf304562b
8.Antioxidative roles of sesamin, a functional lignan in sesame seed, and it's effect on lipid- and alcohol-metabolism in the liver: a DNA microarray study.Biofactors.2004;21(1-4):191-6
9. Sesamin ingestion regulates the transcription levels of hepatic metabolizing enzymes for alcohol and lipids in rats. Alcohol Clin Exp Res.2005 Nov;29(11 Suppl):116S-120S
10. Cholesterol-lowering activity of sesamin is associated with down-regulation on genes of sterol transporters involved in cholesterol absorption. J Agric Food Chem.2015 Mar 25;63(11):2963-9. doi: 10.1021/jf5063606
11. Anti-atherosclerotic and anti-inflammatory actions of sesame oil. J Med Food.2015 Jan;18(1):11-20. doi: 10.1089
12. Nutraceutical functions of sesame: a review. Crit Rev Food Sci Nutr.2007;47(7):651-73
13. Antihypertensive effects of sesamin in humans. J Nutr Sci Vitaminol (Tokyo).2009 Feb;55(1):87-91
14. ข้าวกาบา. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. http://ifrpd.ku.ac.th/th/products/ifrpd-gaba-rice.php
15.  ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การแสดงข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของสารอาหาร. คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเบอร์รี่รวม 8 ชนิดผสมวิตามินเอและว่านหางจระเข้

00:20 0 Comments
          เบอร์รี่  จัดเป็นสุดยอดผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากรสชาติที่มีการผสมผสานระหว่างความเปรี้ยวและความหวานอย่างเป็นเอกลักษณ์ แล้วยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังมีงานวิจัยอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับว่า การบริโภคเบอร์รี่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากมาย


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเบอร์รี่รวม ชนิดผสมวิตามินเอและว่านหางจระเข้
      ปัจจุบันเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของเบอร์รี่รวมได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย  เนื่องจากเบอร์รี่จัดเป็นสุดยอดผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากรสชาติที่มีการผสมผสานระหว่างความเปรี้ยวและความหวานอย่างเป็นเอกลักษณ์  แล้วยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังมีงานวิจัยอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับว่า การบริโภคเบอร์รี่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากมาย
เครื่องดื่มเบอร์รี่รวมเป็นนวัตกรรมการผสมผสานกันอย่างลงตัวของเบอร์รี่ 8ชนิดได้แก่ บลูเบอร์รี พรุน เชอร์รี ราสพ์เบอร์รี แครนเบอร์รี สตรอเบอร์รี บิลเบอร์รี และ อาซาอิเบอร์รี

 เครื่องดื่มเบอร์รี่รวม 8 ชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพดังต่อไปนี้

บลูเบอร์รี (Blueberry)ผลสีน้ำเงินเข้มมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน อุดมไปด้วยสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้อื่นๆอีกกว่า 40 ชนิด นอกจากนี้บลูเบอร์รียังมีวิตามิน  A ,C และแร่ธาตุที่สำคัญได้แก่ สังกะสี โพแทสเซียม เหล็ก แคลเซียมและแมกนีเซียม อีกทั้งให้ใยอาหารสูงและให้พลังงานต่ำอีกด้วย

คุณประโยชน์ของบลูเบอร์รี่
  • บลูเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูงจึงช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดโรคไข้หวัด
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยลดไขมัน LDL และการอักเสบของหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกายและชะลอความชรา ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ 
  • ช่วยการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ความสามารถในการจดจำดีขึ้น ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
  • แอนโธไซยานินในบลูเบอร์รี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาหนัก ช่วยทำให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด ลดความดันในลูกตา และลดความเจ็บปวดจากการบวมในตา(อ้างอิงที่ 1,2)
            พรุน(Prunus) เป็นผลไม้ที่รู้จักกันในชื่อพลัม น้ำลูกพรุนจะถูกแปรรูปมาจากผลพลัมแห้ง ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญต่อร่างกายเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันนิยมรับประทานพรุนเป็นอาหารและยา พรุนมีคุณสมบัติในการเป็นยาระบาย และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ป้องกันโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้พรุนยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีงานวิจัยให้เห็นว่ามีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย(อ้างอิงที่ 3)
           เชอร์รี(Cherry) เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อหวัด ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ (อ้างอิงที่ 4)
           ราสพ์เบอร์รี่ (Raspberry)เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเพราะมีใยอาหารสูง จึงช่วยในการย่อยอาหารและให้พลังงานต่ำจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก  อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ต้านมะเร็ง เนื่องจากอุดมไปด้วยกรดเอลลาจิก (Ellagic acid) ซึ่งเป็นสารประกอบฟีนอลิกที่มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งหลอดอาหาร เป็นต้น (อ้างอิงที่ 5,6)
           แครนเบอร์รี (Cranberry) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ผลแครนเบอร์รีมีสีแดงสด มีรสเปรี้ยวอมหวาน แครนเบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงประกอบไปด้วยพฤกษเคมีที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังสามารถป้องกันการยึดเกาะของแบคทีเรียกับเนื้อเยื่อในร่างกาย ด้วยเหตุนี้แครนเบอร์รีจึงถูกนำไปใช้ในการรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แผลในกระเพาะอาหาร ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก และยังสามารถยังยั้งการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งเต้านม(อ้างอิงที่ 7)
           สตรอเบอร์รี (Strawberry) เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุหลายปี เมื่อผลสุกผิวมีสีแดงเป็นมัน มีกลิ่นหอม รสชาติหวานอมเปรี้ยว สตรอเบอร์รีมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอันดับ 2 รองจากบลูเบอร์รี เมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้อื่นๆกว่าอีก 40 ชนิด โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในสตรอเบอร์รี่มีหลายชนิดได้แก่ เคอซิติน (Quercetin) แอนโธไซยานิน  (Anthocyanin)  เคมเพอรอล (Kaempferol) รวมถึงวิตามินซีที่มีปริมาณสูงมาก  โดยมีงานวิจัยศึกษาว่า สารต้านอนุมูลอิสระดังกล่าวมีส่วนช่วยยับยั้งการสร้างสารคาร์ซิโนเจน (Carcinogens) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง(อ้างอิงที่ 8)
           บิลเบอร์รี (Bilberry)เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตากล่าวคือ มีส่วนช่วยในการถนอมดวงตา ทำให้มองเห็นในที่มืดได้ดี  ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา อีกทั้งยังช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ป้องกันการเสื่อมที่มักเกิดขึ้นกับดวงตาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (อ้างอิงที่9)
           อาซาอิเบอร์รี  (Acai Berry) เป็นพืชที่ให้ผลขนาดเล็ก มีสีม่วงซึ่งมีลักษณะคล้ายกับผลของบลูเบอร์รี อาซาอิเบอร์รี ถูกจัดเป็นผลไม้ในกลุ่ม Super foodที่มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอุดมไปด้วย วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะ สารแอนโธไซยานิน ที่มีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ช่วยลดไขมันในเลือด บำรุงสายตา ชะลอความเสื่อมของร่างกาย(อ้างอิงที่ 10)
             องุ่น (Grape) องุ่นเป็นแหล่งของสารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จากรายงานการวิจัยพบว่าสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง โรคความผิดปกติของระบบกระเพาะปัสสาวะ อีกทั้งสามารถป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย(อ้างอิงที่ 11)
คุณประโยชน์ของเบอร์รี่ยังมีอีกมากมายและมีการศึกษากันมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปัจจุบันดังจะเห็นได้ว่ามีการนำเบอร์รี่มาบริโภคอย่างแพร่หลายในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น บริโภคผลสด นำมาเป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่ม และสารผสมในยารักษาโรคต่างๆ อย่างแพร่หลาย ดังนั้น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จึงจัดเป็นผลไม้ทางเลือกใหม่ที่ช่วยดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
             วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการที่สำคัญคือ ช่วยในการมองเห็น หากขาดวิตามินเอจะทำให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย และทำให้เยื่อบุตาแห้ง กระจกตาเป็นแผล ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามิน เอ อย่างรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้
(อ้างอิงที่ 12)

              ว่านหางจระเข้(Aloe Vera)ในปัจจุบันนิยมนำว่านหางจระเข้มาเป็นส่วนผสมในน้ำผักและผลไม้หลากหลายชนิด และกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่รักสุขภาพ เนื่องจากว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสุขภาพเบาเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยในการดีท็อกซ์ล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบกระเพาะอาหาร และช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ จากวารทางการแพทย์อังกฤษตีพิมพ์ในปี 2000 (British Medical Journal) ระบุว่าสารสกัดจากว่านหางจระเข้ สามารถช่วยลดระดับ คอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยควบคุมความดันโลหิต และเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตอีกด้วย    (อ้างอิงที่ 13)
ดังนั้นเครื่องดื่มเบอร์รี่เบอร์รี่รวม 8 ชนิด ผสมว่านหางจระเข้และวิตามินเอ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพดังนี้
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในร่างกาย และป้องกันเกิดโรคร้ายแรงต่างๆเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และลดไขมันไม่ดีในร่างกาย
  • ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาให้แข็งแรง ป้องกันการเสื่อมที่มักเกิดขึ้นกับดวงตา และช่วยในการมองเห็นให้ดีขึ้น
  • ช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกายและชะลอความชรา
              
เอกสารอ้างอิง
1. Barclay, S. Berry season. Nutrition Clinic for Employee Wellness.                                                                                           
2.Pascual-Teresa Maria S, and Sanchez-Ballesta T. 2008. Anthocyanins: from plant to health. Phytochemistry Reviews.7(2): 281-299.
3.Jabeen, Q.and  Aslam, N. 2011. The pharmacological activities of prunes: The dried plums. Journal of  Medicinal Plants Research. 5(9):1508-1511.
4.นิดดา หงษ์วิวัฒน์ และทวีทอง หงษ์วิวัฒน์. 2550. ผลไม้ 111 ชนิด คุณค่า อาหารและการกิน. กรุงเทพฯ:แสงแดด.324 หน้า.
5.Seeram, N.P. 2008. Berry Fruits: Compositional Elements, Biochemical Activities, and the Impact of Their Intake on Human Health, Performance, and Disease. J. Agric Food Chem. 56 (3):627-629.      6.Powers J.2007. Summary of Research and Raspberry Composition. Prepared for and Commissioned by the Washington Red Raspberry Commission.
7. Howell, A.B. 2002. Cranberry proanthocyanidins and the maintenance of urinary tract health. Crit Rev Food Sci Nutr. 42(3):273-8.
8.Seeram, N.P. 2007. Strawberry phytochemicals and human health: a review. ResearchGate. 1-30.
9. Muth, E.R., John, M. and Laurent, O.D.2000. The Effect of Bilberry Nutritional Supplementation on Night Visual Acuity and Contrast Sensitivity. Alternative Medicine Review. 5(2): 164-173.
10.Grange,K., Bennert, J. 2011. The Miracle of SUPERFRUIT.
11.Pezzuto,J.M. 2008. Grapes and Human Health: A Perspective. Journal of Agricultural and Food Chemistry. 56(16): 6777-6784.
12.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแสดงข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของสารอาหาร
13. ปาจรีย์ วงษ์จันทรา. 2554. การพฒันาผลติภัณฑ์วุ้นว่านหางจระเข้เสริมผลไม้. ปริญญามหา บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

<<ดูผลิตภัณฑ์ 8 Mixed Berry Plus Vitamin คลิ๊ก!!!>>>

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง วิตามินดี และสตรอเบอร์รี่

23:57 0 Comments
รู้หรือไม่?? ยังมีแหล่งของแร่ธาตุที่ได้จากพืชที่ถือว่าให้ปริมาณแคลเซียมสูงและยังมีแร่ธาตุอื่นๆ ที่หลากหลายอีกกว่า 72 ชนิด นั่นก็คือ แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงนั่นเอง ดูเพิ่มเติม >>>  www.seamindrink.com

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง วิตามินดี และสตรอเบอร์รี่

            แร่ธาตุคือสารอาหารประเภทหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยร่างกายของเราต้องการแร่ธาตุแต่ละ
ชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย 
แร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกายคือ แคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน 
โดยแหล่งของแร่ธาตุมีอยู่หลายแหล่งไม่ว่าจะเป็นในอาหารที่ได้จากสัตว์ หรือแม้กระทั่งจากหินแร่ 
แต่รู้หรือไม่??ยังมีแหล่งของแร่ธาตุที่ได้จากพืชที่ถือว่าให้ปริมาณแคลเซียมสูงและยังมีแร่ธาตุอื่นๆ 
ที่หลากหลายอีกกว่า 72 ชนิด นั่นก็คือ แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงนั่นเอง
              สาหร่ายทะเลสีแดง (Calcareous Marine Algae)มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าLithothamnium sp. 
ซึ่งถูกเก็บเกี่ยวจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดบริเวณฟยอร์ดทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไอร์แลนด์
(Arnarfjordur Fiord)เป็นสาหร่ายที่มีการสะสมแร่ธาตุต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก และให้ปริมาณแร่ธาตุอย่าง
สมดุล โดยแร่ธาตุที่ได้จากสาหร่ายทะเลสีแดงนี้จะมีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากแร่ธาตุจากแหล่ง
อื่นๆ เนื่องจากเป็นการตกผลึกของแร่ธาตุภายในโครงสร้างของเซลล์พืช จึงมีลักษณะเป็นโครงสร้าง
รังผึ้งที่มีรูพรุนจำนวนมาก ทำให้ย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าแร่ธาตุจากแหล่งทั่วไป ส่งผลให้
ร่างกายสามารถนำแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงมีพื้นที่สัมผัสมากกว่าแร่จากหินปูนประมาณ 10เท่า เพิ่ม
ความสามารถในการละลายส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ดีขึ้น
         ความเป็นเอกลักษณ์อีกประการของแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดง คือ มีความหลากหลายของ
แร่ธาตุหลายชนิดผสมผสานกันตามธรรมชาติ โดยแร่ธาตุที่พบในสาหร่ายทะเลสีแดงได้แก่ 
แคลเซียม 32%, แมกนีเซียม 2.2% และอื่นๆ อีกกว่า 72ชนิด ได้แก่ ไอโอดีน เหล็ก แมงกานีส โบรอน 
คาร์บอน คลอไรด์ ฟลูออไรด์ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซิลิคอน โซเดียม สตรอนเทียม ซัลเฟอร์ 
สังกะสี และวาเนเดียม เป็นต้น


          แร่ธาตุสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดงอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุจากท้องทะเล
อื่นๆอีก 72 ชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้   

  • ช่วยเพิ่มมวลกระดูก เนื่องจากมีแคลเซียมที่ถูกดูดซึมได้ดีกว่ารูปแบบอื่นๆจึงช่วยเสริมสร้าง             มวลกระดูก รักษาสมดุลแคลเซียมในกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกพรุน และส่งเสริมการทำงาน         ของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี 
  • มีฤทธิ์ลดการอักเสบในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อม
  • ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ เนื่องจากแคลเซียมจะช่วยลดความเป็นพิษของน้ำดีที่ถูกสร้าง         ขึ้นเพื่อใช้ในการย่อยไขมัน ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะมีส่วนช่วยและป้องกันการเจริญเติบโต   ของเซลล์มะเร็งลำไส้
  • แร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงมีคุณสมบัติเป็น Buffering Action ซึ่งมีส่วนช่วยลดกรดและช่วยให้     ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อ้างอิงที่ 4)
วิตามินดี (Vitamin D) เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย มีส่วนช่วยใน
การดูดซึมแคลเซียมให้กับร่างกาย เพราะถ้าขาดวิตามินดี จะส่งผลให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ลดลง 
หากร่างกายขาดแคลเซียมและวิตามินดี ประกอบกับร่างกายดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ จะทำให้
เกิดอาการปวดเกร็ง  กล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง(อ้างอิงที่ 5)

          สตรอเบอร์รี่ (Strawberry) ผลไม้สีแดงสด กลิ่นหอมหวาน อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ได้รับการยกย่องให้เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม ในสตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูง ได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเฟอรอล (Kaempferol) ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ และเมื่อเปรียบเทียบสารต้านอนุมูลอิสระกับผลไม้ ชนิดอื่นๆ พบว่า สตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มและองุ่นแดงถึง 2 เท่า มากกว่าแอปเปิ้ลและกล้วยหอมถึง 7 เท่า และมากกว่าลูกแพร์ถึง 11 เท่า นอกจากนี้ยังจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง โดยสตรอเบอร์รี่ปริมาณ 100 กรัม จะมีวิตามินซีมากถึง 50 มิลลิกรัม จัดเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ ไม่มีโคเลสเตอรอล และมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย(อ้างอิงที่ 1, 2) การที่ร่างกายได้รับแคลเซียมและแร่ธาตุจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ร่วมกับวิตามินดีและสารต้านอนุมูลอิสระจากสตรอเบอร์รี่ จะช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆ ที่จะนำมาสู่โรคร้ายแรงได้อีกด้วย

ดูเพิ่มเติมที่ www.seamindrink.com

เอกสารอ้างอิง
1. Wang, H., Cao, G. and Prior, R.L. 1996. Total Antioxidant Capacity of Fruits. Journal of  Agricultural 
     and Food Chemistry. 44:701-705.
2. Giampieri, F. Tulipani, S., Alvares-Suarez, J.M., Quiles, J.L., Mezzetti, B. and Battino, Maurizio. 2012. 
     The strawberry composition, nutritional quality and impact on human health. Nutrition. 9-19.
3. Singh, N., Aslam, M. N., Varani, J. and  Chakrabarty, S. 2015. Induction of calcium sensing receptor in 
    human colon cancer cells by calcium, vitamin D and aquamin: Promotion of a more differentiated, 
    less malignant and indolent phenotype. Molecular carcinogenesis. 54:(7): 543-553.
4. Widaa, A., Brennan, O., O'Gorman, D. M. and  O'Brien, F. J. 2014. The Osteogenic Potential of the 
    Marine‐Derived Multi‐Mineral Formula  Aquamin Is Enhanced by the Presence of Vitamin D. Phytotherapy Research. 28:(5): 678-684.
5. เครือข่าววิชาการผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย. วิตามินและเกลือแร่. เข้าถึงได้ www.fda.moph.go.th

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากส้มสีแดงและเบอร์รี่รวมเพื่อดูแลผิวพรรณให้กระจ่างใส

23:15 0 Comments

สารสกัดจากส้มสีแดง (Red Orange Complex) 

        คือ สารสกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์จากประเทศอิตาลี ได้แก่ Moro , Tarocco และ Sanguinello ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะที่ปลูกในแถบดินแดนทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) , ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) กรดไฮดรอกซีซินนามิก (Hydroxycinnamic) และวิตามินซี (Ascorbie acid) ในปัจจุบันสารสกัดจากส้มสีแดงถูกพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ

เรื่องน่ารู้เกี่ยววกับสารสกัดจากส้มสีแดงและเบอร์รี่รวมเพื่อดูแลผิวพรรณให้กระจ่างใส
     ในปัจจุบันการดูแลผิวพรรณจากภายใน (Skin care from within) ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนช่วยในการดูแลผิวพรรณให้กระจ่างใสกำลังได้รับความนิยม ซึ่งสารสกัดที่กำลังเป็นที่จับตามองว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและดีต่อสุขภาพนั้นก็คือสารสกัดจากส้มสีแดง หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า Red Orange Complex มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus sinensis L. สารสกัดจากส้มสีแดง (Red Orange Complex) คือสารสกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์จากประเทศอิตาลี ได้แก่ Moro , Tarocco และ Sanguinello ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะที่ปลูกในแถบดินแดนทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) กรดไฮดรอกซีซินนามิก (Hydroxycinnamic) และวิตามินซี (Ascorbie acid) ในปัจจุบันสารสกัดจากส้มสีแดงถูกพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ (อ้างอินที่ 1) งานวิจัยผลของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อสุขภาพผิว

สารสกัดจากส้มสีแดงกับการอักเสบของผิวและลดผดผื่นจากแสงแดด
       มีการศึกษาผลของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อการป้องกันการอักเสบและผื่นแดงจากรังสี UVB  ในกลุ่มอาสาสมัคร สุขภาพดี อายุระหว่าง 26-47 ปี จำนวน 18 คน โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดจากส้มสีแดงขนาด 100 มก. วันละ 2  ครั้ง ก่อนอาหารเช้า และก่อนนอน เป็นระยะเวลา 15 วัน พบว่าสารสกัดจากส้มสีแดง สามารถป้องกันผิวอักเสบจาก  การกระตุ้นโดยรังสี UVB และลดอาการผื่นแดงจากการแพ้แสงแดดได้อีกด้วย(อ้างอิงที่ 2)

สารสกัดจากส้มสีแดงป้องกันผิวหมองคล้ำแ ละช่วยให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติ
       มีการศึกษาผลของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อการป้องกันผิวหมองคล้ำ ในกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพดีอายุระหว่าง 45-70 ปี จำนวน 25 คน โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดจากส้มสีแดงขนาด 100 มก.วันละ ครั้ง เป็นระยะเวลา 15 วัน  พบว่า สารสกัดจากส้มสีแดง ช่วยลดระดับของเมลานินที่ผิวลงและลดเลือนจุดด่างดำได้ถึง 20 % (อ้างอิงที่ 3)

คุณประโยชน์ของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อสุขภาพและผิวพรรณโดยรวม
        ช่วยลดผิวหมองคล้ำ และเพิ่มความสว่างสดใสของผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติช่วยลดการอักเสบของผิว และลดผื่นแดงจากการเผชิญแสงแดดชะลอความเสื่อมโทรมของผิวจากการโดนแสงแดดสารสกัดจากส้มสีแดงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย                  อีกทั้งป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจเป็นต้น (อ้างอิงที่ 4)

สารสกัดจากเบอร์รี่รวม (Mixed Berry)
      เป็นสารสกัดที่ได้จากเบอร์รี่รวม 11 ชนิด  สายพันธุ์ นำเข้าจากประเทศอเมริกา ได้แก่ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ผงบลูเบอร์รี ผงพรุน ผงเชอร์รี ผงราสพ์เบอร์รี ผงแครนเบอร์รี ผงสตรอเบอร์รี ผงบิลเบอร์รี ผงองุ่น สารสกัดบลูเบอร์รี สารสกัดบิลเบอร์รี อุดมไปด้วยสารประกอบฟีนอลิก แอนโธไซยานิน  วิตามิน และไฟเบอร์  (อ้างอิงที่ 5)

ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมของสารสกัดจากเบอร์รี่รวม
      อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ช่วยลดไขมันในเลือดโดยเฉพาะ LDL คอเลสเตอรอล ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด ป้องกันการเกิดโรคความจำเสื่อมและโรคที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับระบบประสาท (อ้างอิงที่ 6)

     ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากส้มสีแดงและ
สารสกัดจากเบอร์รี่รวม จะช่วยดูแลสุขภาพผิวพรรณให้กระจ่างใส ลดการอักเสบของผิว
ชะลอความเสื่อมโทรมของผิวจากการโดนแสงแดด อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆที่นำมาสู่โรคร้ายแรงได้อีกด้วย

เอกสารอ้างอิง
1. Bonina ,F.P., Leotta, C., Scalia, G., Puglia, C.,Trombetta, D., Tringali,  G., Roccazzello, A.M., Rapisarda,  P., Saija, A. 2002. Evaluation of oxidative stress in diabetic patients after 
supplementation with a standardised red orange extract. Diab.Nutr.Metab. 15:14-19
2.Bonina,F. and Puglia,C. Effect of the supplementation with red orange complex® on ultraviolet-induced skin damage in human volunteers. Bionap Bioactive product.. 1-5.
3.Puglia, c., Offerta, A, Saija, A., Trombetta, D. and Venera, C. 2014. Protective effect of red orange extract supplementation against  UV-induced skin damages: photoaging and solar lentigines. Journal of Cosmetic Dermatology. 1-7.                                                                      
 4.Grosso, G., Galvano, F., Mistretta, A., Marventano, S.,  Nolfo, F., Nolfo, G., Buscemi, S., Drago, F., Veronesi, U. and Scuderi, A. 2013. Red Orange: Experimental Models and 
Epidemiological Evidence of Its Benefits on Human Health. Oxidative Medicine and Cellular Longevity. 1-10.
5. Basu, A.,  Rhone, M. and Lyons, T.J. 2010. Berries: emerging impact on cardiovascular health Nutrition Reviews 68 (3): 168-177.
6. Neto, C.C. 2007. Cranberry and blueberry: Evidence for protective effects against cancer and vascular diseases. Molecular Nutrition Food Research.51(6):652-664.



สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล