แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรับฮอร์โมน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรับฮอร์โมน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอีฟนิง พริมโรส ออยส์

16:11 0 Comments

           อีฟนิง พริมโรส ออยส์ (Evening Primrose Oil) หรือ EPO เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้น Oenothera biennis ในแถบยุโรป ซึ่งอุดมด้วยกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid หรือ EFA) 2 ชนิด คือ


1. กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid)
2. กรดไขมันแกมมา-ไลโนเลนิก (Gamma Linolnic Acid หรือ GLA) กรดทั้งสองชนิดนี้มีความจำเป็นต่อระบบต่างๆ ของร่างกายภายใน ในการที่จะทำให้ระบบเหล่านี้ทำหน้าที่ได้อย่างปกติ กรดไขมันที่จำเป็นนี้ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร อีฟนิง พริมโรส ออยล์ เป็นอาหารเสริมแหล่งหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับไขมันจำเป็นทั้งสองชนิด นี้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกรดไขมันแกมมา-ไลโนเลนิก (GLA)

คุณประโยชน์ของอีฟนิง พริมโรส ออยล์

1. ลดอาการปวดท้องหรือปวดหน้าอกในระยะก่อนมีประจำเดือน
2. บรรเทาอาการอักเสบปวดข้อรูมาตอยด์
3. บรรเทาอาการผิวหนังแห้งและอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ ภูมิแพ้ Eczema
4. ชะลออาการเส้นประสาทเสื่อม และเส้นประสาทอักเสบในผู้ป่วยเบาหวาน

        ดังนั้น ถ้าเรารับประทานอีฟนิง พริมโรส ออยล์ ทำให้ร่างกายได้รับ GLA เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จึงมีผลทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี นุ่มเนียน สดใส ไม่แห้งแตกหยาบกร้าน อีกทั้งช่วยลดริ้วรอยอันไม่พึงปรารถนา นอกจากนี้ยังมีรายงานจำนวนมากที่แสดงว่าน้ำมันอีฟนิง พริมโรส สามารถนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ได้ดังนี้

1. โรคผิวหนังเอคซีม่า (Eczema) พบว่าอาการคันลดลงและผิวหนังดีขึ้น
2. อาการปวดเต้านม (Mostalgla) ทำให้อาการปวดเต้านมหายไปหรือดีขึ้น
3. อาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome) นอกจากอาการเจ็บเต้านมจะดีขึ้นแล้ว ยังพบว่าสามารถลดปริมาณน้ำที่คั่งอยู่ในร่างกายได้ และทำให้ความรู้สึกทางจิตใจดีขึ้น
4. อาการปวดข้อรูมาตอยด์ (Rheumatiod Arthritis) สามารถทำให้อาการเจ็บปวดลดลง และช่วยลดปริมาณยาแก้อักเสบ (Non Sterodial Antinflammatory Drug-NSAID) ที่จะต้องใช้
5. อาการจากการขาดกรดไขมันที่จำเป็น เนื่องจากน้ำมันอีฟนิง พริมโรส มีกรดไขมันที่จำเป็นคือ ไลโนเลอิก หรือกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-6 ซึ่งทำให้อาการทางผิวหนังดีขึ้น
อีฟนิง พริมโรส ออยล์ สร้างผิวสวยของคุณให้เนียนนุ่ม สดใส

        กรดไขมันแกมมา-ไลโนเลนิก (GLA) ใน อีฟนิง พริมโรส ออยล์ เป็นอาหารที่จำเป็นต่อผิวของคนเราอย่างยิ่ง ทั้งนี้ GLA เป็นองค์ประกอบทีสำคัญชนิดหนึ่งของเยื่อบุเซลล์ ทำหน้าที่ในการป้องกันมิให้เกิดการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอ นอกจากนี้ GLA ยังเป็นต้นกำเนิดที่สำคัญในการสร้างโพสต้าแกลน-ดิน อี 1 Prostaglandin E1 หรือ PGE1 ซึ่งเป็นสารสำคัญในร่างกายที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมน โดยมีผลต่อร่างกายหลายประการ เช่น ป้องกันการเกิดการอับเสบ บรรเทาอาการข้ออักเสบ ซึ่งผลของ PGE1 ต่อผิวหนังนั้นก็คือ มีผลทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงผิวหนังได้มากขึ้น และช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรงมีความยืดหยุ่นสูง

เอกสารอ้างอิง

1. Treatment of atopic eczema with evening primrose oil: rationale and clinical results. Clin Investig 1992;70(2):167-71.
2. Mastodynia. Obstet Gynecol Clin North Am 1994;21(3):461-77.
3 . Mastalgia: a 3 year Australian study. Aust N Z J Surg 1994;64(5):329-31.
4. Metabolic and vascular factors in the pathogenesis of diabetic neuropathy. Diabetes 1997;46 Suppl 2:S31-7:S31-7.
5. Treatment of rheumatoid arthritis with gammalinolenic acid. Ann Intern Med 1993;119(9):867-73.
6. Evening primrose oil in patients with rheumatoid arthritis and side-effects of non-steroidal Anti-inflammatory drugs. Br J Rheumatol 1991;30(5):370-2.

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


เรื่องน่ารู้..ของ เมล็ดแฟลกซ์

13:29 0 Comments
       เรื่องน่ารู้..ของ เมล็ดแฟลกซ์ ไฟโตเอสโตรเจนทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าฮอร์โมนทดแทน ไฟโตเอสโตรเจน คือสารที่ได้จากพืชที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนของเพศหญิง ทำให้สามารถเข้าจับกับตัวรับเอสโตรเจนในเซลล์ต่างๆของร่างกายเรา และแสดงคุณสมบัติของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ แต่มีฤทธิ์อ่อนแค่ประมาณ 1/10000 ถึง 1/100 เท่าของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย จึงได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่ามีความปลอดภัยสูง ไฟโตเอสโตรเจน สามารถพบได้ในพืชจำพวกถั่วเหลือง, ถั่วเหลืองงอก,โคลเวอร์, อัลฟาฟ่า และพืชที่ม

เมล็ดแฟลกซ์ (Flax seed)

          แฟลกซ์ อุดมด้วยพฤษเคมีที่กลุ่ม ลิกแนน (Lignan)ซึ่งมีฤทธิ์ของเอสโตรเจนในระดับอ่อนๆ จึงมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิงได้เป็นอย่างดี

คุณประโยชน์ของแฟลกซ์

- ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

- บรรเทาอาการวัยทองซึ่งได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ ภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ เหงื่อออกตอนกลางคืน และความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนตามร่างกาย

- ป้องกัน และต้านเซลล์มะเร็งเต้านม

        สาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเต้านม มาจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับที่สูงจนเกินไป หรือเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านมมีความไวต่อฮอร์โมนมากเกินไป จึงทำให้เกิดการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนมากจนผิดปกติ และกลายเป็นเนื้องอก หรือมะเร็งในที่สุด

        ลิกแนนจากแฟลกซ์เป็นไฟโตเอสโตรเจนจึงมีคุณสมบัติทั้ง “เสริม” และ “ต้าน”การทำงานของเอสโตรเจน ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าเมล็ดแฟลกซ์ จะไม่แสดงคุณสมบัติของเอสโตรเจนในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม แต่ในทางกลับกันจะแสดงคุณสมบัติในการต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนแทนซึ่งมีส่วนช่วยในการลดการเพิ่มจำนวนของเซลล์เนื้องอก และเพิ่มการตายของเซลล์มะเร็ง จึงสรุปได้ว่า การบริโภคเมล็ดแฟลกซ์สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้

- ดูแลสุขภาพกระดูกโดยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกเนื่องจากภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน

- ต้านอนุมูลอิสระช่วยในการดูแลสุขภาพโดยรวม ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเบาหวาน

- ช่วยควบคุมน้ำหนัก จากการศึกษาในผู้หญิงชาวแคนาดา กลุ่มที่บริโภคลิกแนนเป็นประจำ ซึ่งมีระดับเอนเทอโรแลกโตนที่สูง จะตรวจพบว่ามีดัชนีมวลร่างกาย (BMI)และมวลไขมันที่ต่ำกว่า กลุ่มผู้หญิงที่มีระดับเอนเทอโรแลกโตนต่ำ

- ลดสาเหตุการเกิดสิว

       สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว อาจเกิดจากการที่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งถ้ามีสูงเกินไปจะมีส่วนในการกระตุ้นการเพิ่มการผลิตน้ำมันในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้เกิดสิวได้ การได้รับลิกแนนจากแฟลกซ์สามารถลดการผลิต ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone, DHT)ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง จึงอาจมีส่วนช่วยในการลดโอกาสการเกิดสิวได้

        นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติในการลดการผลิตฮอร์โมนเพศชายได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายมากจนเกินไปจนมีความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิดต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงผมร่วงอันเนื่องมาจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลได้อีกด้วย

ตังกุย

         ตังกุยเป็นสมุนไพรจีนที่มีการใช้มาแต่โบราณในการบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง อันได้แก่ อาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ และอาการวัยทอง

        จากงานวิจัยพบว่า ตังกุยมีประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก อีกทั้งมีคุณสมบัติของฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างอ่อนๆในหนูทดลองอีกด้วย

โสม

        โสมถือเป็นราชาแห่งสมุนไพร ถูกนำมาใช้เป็นเวลานานกว่า 2,000 ปี จากงานวิจัยพบว่าโสมมีประโยชน์ต่อสุขภาพผู้หญิงหลายประการ ดังนี้

  • · ต้านมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ในผู้หญิง ได้แก่ มะเร็งรังไข่, มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • · ป้องกันระบบการทำงานของสมองที่เสื่อมถอยเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมน

·        มีประโยชน์ในการนำไปใช้รักษาในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่มีความบกพร่องทางฮอร์โมน เนื่องจาก งานวิจัยพบว่าโสมมีคุณสมบัติของฮอร์โมนเอสโตรเจนในหนูทดลองที่ถูกตัดรังไข่ อีกทั้งยังสามารถลดภาวะซึมเศร้า อันเนื่องมาจากภาวะหมดประจำเดือนในหนูทดลองอีกด้วย

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อผู้หญิง

22:30 0 Comments

เมล็ดแฟลกซ์
            เมล็ดแฟลกซ์เป็นที่รู้จักในการเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ชื่อว่า กรดอัลฟาไลโนเลนิก (Alpha Linolenic Acid, ALA) และพฤษเคมีที่ชื่อว่า ลิกแนน (Lignan) ซึ่งคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน
ลิกแนนที่พบมากในเมล็ดแฟลกซ์คือ ซีโคไอโซลาริซิเรซินอล ไดไกลโคไซด์ (Secoisolariciresinol diglycoside, SDG) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นเอนเทอโรไดออล (Enterodiol) และเอนเทอโรแลกโตน (Enterolactone) โดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ ซึ่งสารทั้งสองนี้มีคุณสมบัติเป็น “ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen)”

ประโยชน์ของแฟลกซ์
-    ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรค ลิกแนนที่พบในเมล็ดแฟลกซ์มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีความข้องเกี่ยวกับการลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และเบาหวาน
-    ป้องกัน และต้านมะเร็งเต้านม สาเหตุหนึ่งของมะเร็งเต้านมจะเกิดจากการที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป หรือเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านมมีความไวต่อฮอร์โมนมากไป ทำให้เนื้อเยื่อเต้านมที่มีความไวต่อฮอร์โมนนี้เกิดการแบ่งตัว และเพิ่มจำนวนผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอก และก่อให้เกิดมะเร็ง มีการศึกษาที่พบว่าเมล็ดแฟลกซ์ , เอนเทอโรไดออล และเอนเทอโรแลกโตน จะไม่แสดงคุณสมบัติของเอสโตรเจนในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม แต่จะแสดงคุณสมบัติในการต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะไปลดการเพิ่มจำนวนของเซลล์เนื้องอกและเพิ่มการตายของเซลล์มะเร็ง  โดยพบว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมที่รับประทานเมล็กแฟลกซ์เสริม จะมีการโตของเนื้องอกน้อยลง และมีการตายของเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้น ในประเทศแคนาดามีการศึกษาพบว่า การบริโภคเมล็ดแฟลกซ์สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ ซึ่งผลจากการศึกษานี้ทำให้เห็นแนวทางในการป้องกันอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งเต้านม
-    ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างกระดูก ระบบการทำงานของหัวใจและสมอง สุขภาพผิว และมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ก็ก่อให้เกิดโทษในเนื้อเยื่อเต้านม และเยื่อบุมดลูก (Endometrium) ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ลิกแนนจากแฟลกซ์มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งสามารถแสดงคุณสมบัติทั้งเสริม และต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ตามสภาพความเหมาะสมของร่างกายจึงไม่กระตุ้นความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
-    มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ลิกแนนจากแฟลกซ์มีผลต่อการแสดงออกของยีนที่จะไปลดการสะสมไขมันในเนื้อเยื่อในหนูทดลองที่ให้กินอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง และยังมีการศึกษาในประเทศแคนาดาพบว่า ผู้หญิงที่มีระดับเอนเทอโรแลกโตนสูงจากการบริโภคลิกแนน จะมีดัชนีมวลร่างกาย (BMI) และมวลไขมันต่ำกว่าผู้หญิงที่มีระดับเอนเทอโรแลกโตนต่ำ และยังมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย
-    บรรเทาอาการวัยทอง มีการศึกษาในผู้หญิงวัยทองที่เป็นโรคเบาหวาน เพื่อจะดูถึงประสิทธิภาพในการลดดัชนีมวลกาย และระดับน้ำตาลในเลือดของการรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ ซึ่งผลปรากฏว่า นอกจากดัชนีมวลกายและระดับน้ำตาลจะลดลงแล้ว อาการวัยทองซึ่งได้แก่ ร้อนวูบวาบ ภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ เหงื่อออกตอนกลางคืน และความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ก็บรรเทาลงด้วย
-    ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก มีการศึกษาในหนูทดลองพบว่า ลิกแนนจากแฟลกซ์สามารถป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก เนื่องจากภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนได้

มะขามป้อม
        เป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูงและมีคุณค่าทางสมุนไพร มีสารแทนนินซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านออกซิเดชัน ต้านอนุมูลอิสระ  ยับยั้งการสร้างเมลานิน และสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส นอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดของมะขามป้อมมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ต้านมะเร็ง ต้านไวรัส ลดการอักเสบและเพิ่มภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย

มะขามป้อมกับมะเร็ง
         มีการศึกษามากว่า 2 ทศวรรษ ยืนยันว่ามะขามป้อมมีคุณสมบัติในการป้องกันและต้านมะเร็งได้หลายชนิด โดยพบว่ามะขามป้อมเป็นสมุนไพรต้านมะเร็งที่ไม่มีความเป็นพิษเหมือนยารักษามะเร็งทั่วไป และยังพบว่ามะขามป้อมช่วยลดความเป็นพิษของยารักษาโรคมะเร็งอีกด้วยเมื่อใช้ร่วมกัน
•    กระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ในหลอดทดลอง
•    ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านมในหลอดทดลอง
•    ลดการกระตุ้นของสารก่อเนื้องอกในตับของหนูทดลอง และลดการกระตุ้นของสารก่อมะเร็งในหนูทดลอง
•    ยับยั้งการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเอของสัตว์ทดลอง
•    ลดความเป็นพิษของยารักษาโรคมะเร็งไซโคลฟอสฟาไมด์ (Cyclophosphamide) ในสัตว์ทดลอง

วัยทองกับมะขามป้อม
       มีการศึกษาในหนูทดลองที่ตัดรังไข่พบว่า การได้รับสารสกัดจากมะขามป้อมสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และลดภาวะการดื้ออินซูลิน รวมทั้งยังมีการศึกษาในหนูทดลองที่ตัดรังไข่ พบว่าป้องกันตับอักเสบเนื่องจากภาวะไขมันพอกตับได้ จากทั้ง 2 การศึกษานี้ จึงสรุปได้ว่า มะขามป้อมน่าจะส่งผลดีต่อสุขภาพ และมีประโยชน์ในการป้องกันโรคของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้

ขมิ้นชัน
       เหง้าขมิ้นชันมีสารประกอบที่สำคัญเป็นน้ำมันหอมระเหย และในเหง้ายังมีสารสีเหลืองส้มที่เรียกว่า เคอร์คูมิน มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ต้านอนุมูลอิสระ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการต้านอักเสบ โดยมีงานวิจัยที่พบว่าสารสกัดจากขมิ้นมีคุณสมบัติในการต้านอักเสบได้ดีกว่ายาสเตียรอยด์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการต้านการเจริญของเนื้องอก จึงนิยมใช้ในการต้านโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง  และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารได้อีกด้วย

ขมิ้นชันกับการต้านมะเร็ง
        จากการศึกษาทั้งในสัตว์ทดลองและมนุษย์ได้แสดงให้เห็นว่า ขมิ้นชันมีคุณสมบัติในการป้องกันและต้านมะเร็งหลายชนิดได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ตับอ่อน เต้านม ต่อมลูกหมาก ปอด ศรีษะ และคอ

ขมิ้นชันกับวัยทอง
         มีการศึกษาผลของการได้รับสารสกัดจากขมิ้นชันในผู้หญิงวัยทองพบว่า ผู้ที่ได้รับสารสกัดขมิ้นชันมีการทำงานของเยื้อบุผนังหลอดเลือดดีขึ้น ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจในผู้หญิงวัยทอง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่าขมิ้นชันป้องกันการเสียมวลกระดูกในหนูทดลองที่ถูกตัดรังไข่ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันภาวะกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทอง

เอกสารอ้างอิง
1. Jungeström, M. B., Thompson, L. U., & Dabrosin, C. (2007). Flaxseed and its lignans inhibit estradiol-induced growth, angiogenesis, and secretion of vascular endothelial growth factor in human breast cancer xenografts in vivo. Clinical Cancer Research, 13(3), 1061-1067.
2. Lowcock, E. C., Cotterchio, M., & Boucher, B. A. (2013). Consumption of flaxseed, a rich source of lignans, is associated with reduced breast cancer risk. Cancer Causes & Control, 24(4), 813-816.
3. Gruber, C. J., Tschugguel, W., Schneeberger, C., & Huber, J. C. (2002). Production and actions of estrogens. New England Journal of Medicine, 346(5), 340-352.
4. Morisset, A. S., Lemieux, S., Veilleux, A., Bergeron, J., John Weisnagel, S., & Tchernof, A. (2009). Impact of a lignan-rich diet on adiposity and insulin sensitivity in post-menopausal women. British journal of nutrition, 102(02), 195-200.
5. Kapoor, S., Sachdeva, R., & Kochhar, A. (2011). Effect of Flaxseed Supplementation on body mass Index and Blood Glucose Levels of Menopausal Diabetic Females. Journal of Research, 48(1and2), 77-83.
6. Nahla, E., Thabet, H. A., & Ahmed, H. (2013). The effect of supplementation with flaxseed and its extract on bone health. Nature & Science, 11(5).
7. Singh, Ekta, et al. (2011). Phytochemistry, traditional uses and cancer chemopreventive activity of Amla (Phyllanthus emblica): the sustainer. Journal of Applied Pharmaceutical Science, 2.1: 176-183.
8. Baliga, Manjeshwar Shrinath, and Jason Jerome Dsouza. (2011). Amla (Emblica officinalis Gaertn), a wonder berry in the treatment and prevention of cancer. European Journal of Cancer Prevention, 20.3: 225-239.
9. Koshy, Smitha M., et al. (2012). Amla (Emblica officinalis) extract is effective in preventing high fructose diet–induced insulin resistance and atherogenic dyslipidemic profile in ovariectomized female albino rats. Menopause, 19.10: 1146-1155.
10.Koshy, S. M., et al. (2015). Amla prevents fructose-induced hepatic steatosis in ovariectomized rats: role of liver FXR and LXRα. Climacteric, 18.2: 299-310.
11.Lopresti, Adrian L., et al. (2014). Curcumin for the treatment of major depression: a randomised, double-blind, placebo controlled study. Journal of affective disorders. 167: 368-375.
12.Dulbecco, Pietro, and Vincenzo Savarino. (2013).Therapeutic potential of curcumin in digestive diseases. World journal of gastroenterology, 19.48: 9256.
13.Devassy, Jessay G., Ifeanyi D. Nwachukwu, and Peter JH Jones. (2015). Curcumin and cancer: barriers to obtaining a health claim. Nutrition Reviews, nuu064.


สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล


วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถั่งเช่า-ดับเบิ้ลยู

15:28 0 Comments
            ด้วยวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์จึงได้ทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) และนำมาพัฒนาต่อเป็นอาหารเสริม และยา เนื่องจากในถั่งเช่านั้นมีสารสำคัญนั่นก็คือ คอร์ไฟเซพิน (Cordycepin) ซึ่งช่วยบำรุงร่างกาย ในหลากหลายด้าน ดังนี้
  • การยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งสมอง มะเร็งผิวหนัง มะเร็งเต้านม และมะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • ช่วยลดการอักเสบของตับจากโรคไวรัสตับอักเสบบี เรื้อรัง
  • กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยบำรุงร่างกาย ลดอาการเหนื่อยล้า
  • ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ

            ทั้งนี้ การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้หญิง และผู้ชาย ซึ่งสาเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้หญิงนั้น เกิดจาก
  1. อายุ : เมื่อผู้หญิงเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้ความต้องการทางเพศ ความตื่นเต้นทางเพศ และการตอบสนองทางเพศลดลงได้
  2. โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ : ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็ง เป็นต้น ด้วยภาวะความเจ็บป่วยทางร่างกายดังกล่าว อาจส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลงได้
  3. การรักษาโรคด้วยยา : เช่น สเตียรอยด์ , ยาลดกรด , ยาลดการแพ้ , การระคายเคือง , ยาต้านโรคพาร์กินสัน , แอลกอฮอร์ , ยาคุมกำเนิด เป็นต้น
            นอกจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น อาการเสื่อมสมรรถนภาพทางเพศ อาจเกิดจากความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า อันเนื่องมาจากการทำงานหนัก ภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัว หรือความกังวลใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้หญิงที่พบบ่อย ได้แก่ มีความต้องการทางเพศลดลง ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นทางเพศ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการร่วมเพศ เช่น ช่องคลอดอักเสบ สารคัดหลั่งถูกขับออกมาน้อยทำให้ช่องคลอดฝืด เป็นต้น ซึ่งอาการดังกล่าว ส่งผลเป็นอย่างมากต่อสภาพจิตใจ และความสุขในการใช้ชีวิตคู่ จนในบางครั้ง อาจเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาครอบครัวได้
            ในปัจจุบัน มีงานวิจัยสนับสนุนว่า การใช้ถั่งเช่าที่ 3 กรัมต่อวัน ช่วยให้ผู้หญิงที่มีปัญหาหมดความรู้สึกทางเพศ (Libido) กลับมามีความรู้สึกทางเพศได้ 86% จึงมีการนำถั่งเช่าที่ส่งผลดีต่อสุขภาพสตรีหลากหลายชนิดมาใช้เพื่อดูแลปัญหาดังกล่าว เพื่อเติมเต็มความสุขในชีวิตครอบครัวให้กับคุณสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี อีกทั้งยังช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย
            อาหารสุขภาพที่มีการยอมรับว่า ช่วยในการดูแลสุขภาพสตรี อาทิเช่น

ทับทิมสกัด
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดปัจจัยที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง
  • ต้านการอักเสบ
  • ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์
ไลโคพีน
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ต้านอนุมูลอิสระ
สารสกัดจากถั่วเหลือง
  • ช่วยลดอาการร้อนวูววาบในสตรีวัยหมดประจำเดือน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด
วิตามินซี
  • ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
  • มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน และเนื้อเยื่อของเอ็นกระดูกอ่อน

ดูรายละเอียดสินค้า ถั่งเช่า-ดับเบิ้ลยู>>>คลิ๊ก

สามารถนำรหัสสมาชิก 47024879 ไปซื้อได้ที่สำนักงานธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล